
ต้องแก้ที่ผู้นำ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีมติผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ โดยมอบหมายให้ นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เป็นประธาน มีหน้าที่ดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ระยะยาว และงบลงทุน ซึ่งถือเป็นการรวมศูนย์การบริหารเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีมติผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ โดยมอบหมายให้ นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เป็นประธาน มีหน้าที่ดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ระยะยาว และงบลงทุน ซึ่งถือเป็นการรวมศูนย์การบริหารเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลวิตกกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจที่นับวันก็แย่ลงๆ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่เอื้ออำนวย ทำให้การส่งออกย่ำแย่ แถมการบริโภคในประเทศก็ลดลงยังไม่มีแนวโน้มจะฟื้นตัว เพราะได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งรัฐบาลเองก็รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหนแต่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร
การตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ รัฐบาลชุดนี้นับว่าได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหาของประเทศมากที่สุด เช่น คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานกรรมการ และมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองประธานกรรมการทั้งสองชุด
นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถเศรษฐกิจประเทศ คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และยังมีคณะอนุกรรมการย่อยๆ ลงมาอีก แต่หากไปกางรายชื่อกรรมการออกมาดูจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการประจำและข้าราชการประจำที่เกษียณอายุไปแล้วเสียเป็นส่วนใหญ่ จะมีนักธุรกิจหลุดเข้าไปนั่งเป็นกรรมการได้ ส่วนใหญ่จะเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย
เมื่อเกิดปัญหาก็ตั้งคณะกรรมการซ้อนกันไปมานั้น ไม่อาจกล่าวได้ว่าจะทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประสบความสำเร็จ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องรวมศูนย์เพราะศูนย์กลางการบริหารอยู่ที่นายกรัฐมนตรีอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่แล้ว ไม่มีใครกล้าแตกแถว แม้แต่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ
ต้องยอมรับว่าในช่วงที่การบริหารประเทศดำเนินการโดยรัฐบาลชั่วคราว การขับเคลื่อนประเทศทำโดยข้าราชการ ซึ่งขณะนี้ก็ไม่สามารถทำงานเต็มประสิทธิภาพ เพราะกลัวว่าจะทำผิดกฎระเบียบที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางไว้ โดยเฉพาะการปราบปรามแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น การเข้มงวดระเบียบวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ในขณะที่รัฐบาลอยากให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ การทำงานของหน่วยงานราชการหลายแห่งเข้าข่ายเกียร์ว่าง
กระแสเรียกร้องให้ปรับคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจอาจไม่ช่วยอะไร ปัญหาเศรษฐกิจจะไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ หากวิธีคิดและวิธีการทำงานของผู้นำไม่มีการเปลี่ยนแปลงและการเกียร์ว่างของข้าราชการไม่ได้รับการแก้ไข







