posttoday
ศาลปกครองพิพากษา นายทุนคืนที่ดินคนจน

ศาลปกครองพิพากษา นายทุนคืนที่ดินคนจน

22 กรกฎาคม 2558

ศาลปกครองพิพากษาให้นายทุนคืนที่ดินชาวอุบลฯ หลังออกรังวัดทับซ้อนที่บรรพบุรุษ

ศาลปกครองพิพากษาให้นายทุนคืนที่ดินชาวอุบลฯ หลังออกรังวัดทับซ้อนที่บรรพบุรุษ

นางหนูเดือน แก้วบัวขาว ชาวตำบลหนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยภายหลังศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคดีข้อพิพาททางที่ดินว่า ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ครอบครัวได้รับสิทธิคืนที่ดินเนื้อที่ 22 ไร่ โดยใช้มาตรา 61 ตามประมวลกฎหมายที่ดินให้เพิกถอนโฉนดที่ออกโดยไม่ชอบธรรมและสุจริต หลังจากถูกนายทุนซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองออกรังวัดทับซ้อนกับที่ดินบรรพบุรุษ

นางหนูเดือน กล่าวว่า ปี 2540 ชาวบ้านถูกนายทุนฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ตรงตามความเป็นจริง ต่อมาปี 2549 จึงได้ฟ้องสำนักงานที่ดินวารินชำราบถึงการออกรังวัดที่ไม่เป็นธรรม โดยฟ้องดำเนินคดีทั้งหมด 80 ไร่ แต่ศาลพิจารณาให้ดำเนินตามขั้นตอนออกโฉนดตามเอกสาร และหลักฐานที่ปรากฏก่อนในเนื้อที่ 22 ไร่ ส่วนที่เหลือทยอยพิสูจน์ต่อไป

“ดีใจมากที่ระบอบยุติธรรมเข้าข้างพวกเรา แต่ภาวนาให้ชาวบ้านที่ถูกฟ้องร้องในพื้นที่เดียวกันผ่านพ้นการต่อสู้คดีอย่างยุติธรรมเช่นกัน เพราะนายหน้าใน ต.หนองกินเพล นั้นล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลเข้ามากว้านซื้อที่ดินขายให้กลุ่มนักธุรกิจสร้างบ้านจัดสรร” นางหนูเดือน กล่าว

ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ประธานมูลนิธิชุมชนไท กล่าวว่า ปัจจุบันการออกโฉนดทับที่ที่คนอื่นถือครองมีเยอะมาก โดยเฉพาะคนจนซึ่งมักพ่ายแพ้คดีในศาล ขณะเดียวกันเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินไม่ได้มีการตรวจรังวัดหรือทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เมื่อออกโฉนดศาลก็มักตัดสินตามโฉนดจนกลายเป็นธรรมเนียมของศาลยุติธรรมไทย

ม.ร.ว.อคิน กล่าวอีกว่า ดังนั้นจึงต้องมีศาลปกครอง เพราะทั้งสองศาลมีการพิจารณาคดีแตกต่างกัน โดยศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับโฉนดมาก และวิธีการพิจารณาใช้ระบบกล่าวหา แต่ศาลปกครองดำเนินการหลายส่วนด้วยกัน เช่น การไต่สวน ซึ่งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดกรณีหนองกินเพลนี้จะเป็นคดีประวัติศาสตร์ เป็นกรณีศึกษาและเป็นตัวอย่างที่ดีต่อไป

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้