
ระดม'บิ๊กข้าราชการ' ขับเคลื่อนแผนกู้เศรษฐกิจ
หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2558
หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2558 มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ที่มี สมหมาย ภาษี รมว.คลัง เป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่จัดทำแผนการกระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปี 2558-2559 มูลค่า 2.33 ล้านล้านบาท และแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนมูลค่า 1 แสนล้านบาท
ครม.ได้มอบอำนาจและหน้าที่ให้คณะกรรมการฯ ไว้ 7 ด้าน ประกอบด้วย 1.กำกับและเร่งรัดการขับเคลื่อนแผนการลงทุนของประเทศในช่วงปี 2558-2559 ให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งกำหนดมาตรการกำกับการขับเคลื่อน
2.กำหนดแนวทางหรือมาตรการด้านการคลัง ด้านการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งมาตรการด้านการร่วมทุนและมาตรการในการเชิญชวนภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐต่อนายกรัฐมนตรี หรือ ครม. รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพื่อประกอบการสั่งการให้หน่วยงานของรัฐและคณะกรรมการดำเนินการต่อไป
3.จัดทำโครงการและมาตรการด้านการเงินการคลัง พร้อมทั้งแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนตามกรอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2558-2559 ตามที่ ครม.เห็นชอบและที่นายกรัฐมนตรีหรือ ครม.สั่งการ 4.รายงานผลความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้นายกรัฐมนตรีทราบทุก 2 สัปดาห์
5.เชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐ คณะกรรมการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นตามความจำเป็น หรือตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร 6.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อช่วยปฏิบัติงานของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็น และ 7.ดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีหรือ ครม.มอบหมาย
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย จะมีกรรมการอื่นๆประกอบด้วย อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นรองประธาน รมช.เกษตรฯ เป็นรองประธาน รมช.มหาดไทย เป็นรองประธาน พรรณี สถาวโรดม ที่ปรึกษา รมว.คลัง และผู้แทนการค้าไทย เป็นกรรมการ
ขณะที่กรรมการอื่นๆ ทั้งหมดจะเป็นข้าราชการประจำในตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
เกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ภาคเอกชนยังไม่ทราบความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ ครม.อนุมัติ แต่เป็นสัญญาณที่ดีที่จะได้เห็นการใช้จ่ายเงินของภาครัฐเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะนี้
ทั้งนี้ สิ่งที่ภาคเอกชนอยากเห็นการกระตุ้นมากที่สุด คือ การมารวมศูนย์กันของหน่วยงานรัฐว่าจะใช้เงินอย่างไร นอกจากนี้ ภาครัฐจะต้องมีโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาระดับธุรกิจได้ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอ
"ยังไม่ทราบว่าโครงการเป็นอย่างไรบ้าง แต่ต้องถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่เราเห็นการใช้จ่ายของรัฐ" เกรียงไกร กล่าว
ด้าน กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายนโยบายต่อ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ โดยให้เร่งผลักดันนโยบายเร่งด่วน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.เร่งปรับโครงสร้างการบริหารด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปด้านการท่องเที่ยวปี 2558-2560
และ 2.เร่งรัดผลักดัน "อินเทลลิเจนต์เซ็นตอร์" ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เป็นศูนย์ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวที่ถูกต้องแม่นยำ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับวงการท่องเที่ยว โดยสามารถนำข้อมูลที่จัดเก็บในอุตสาหกรรมที่ครบวงจรทั้งด้านการลงทุน สถิติด้านการท่องเที่ยวทุกแขนง เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สามารถนำข้อมูลที่ได้มาวางงานด้านการลงทุนและกำหนดกลยุทธ์การตลาดได้ ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยสามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย







