เขื่อนเจ้าพระยามั่นใจมีน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคถึงปีหน้า
เขื่อนเจ้าพระมั่นใจมีน้ำดื่มน้ำใช้ถึงเมษายน59 วอนประชาชนช่วยประหยัดน้ำสู้วิกฤตภัยแล้ง
เขื่อนเจ้าพระมั่นใจมีน้ำดื่มน้ำใช้ถึงเมษายน59 วอนประชาชนช่วยประหยัดน้ำสู้วิกฤตภัยแล้ง
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายเอกศิษฐ์ ศักดิ์ดีธนาภรณ์ ผอ.โครงการเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาทเปิดเผยว่าสถานการณ์โดยรวม ณ วันที่ 12ก.ค.58 ระดับน้ำ ที่จุดวัดน้ำ C13 เหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ 13.23 ม.รทก. ต่ำกว่าจุดวิกฤต 14.00 ม.รทก. อยู่อีก 77 ซ.ม. ต่อเนื่องมาเป็นสัปดาห์ที่ 4 ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงอัตราการปล่อยน้ำอยู่ที่ 70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วิ) เพื่อผลักดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศน์ และผลิตน้ำประปาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากภาพรวมดังกล่าว เขื่อนเจ้าพระยาจะมีน้ำจัดสรรเพื่อการเกษตรพื้นที่ 1,200,000ไร่ได้อีกประมาณ20วัน หรือส่งน้ำได้ถึงต้นเดือสิงหาคม2558 ซึ่งคาดว่าในช่วงดังกล่้าวจะมีปริมาณฝนตกลงมาช่วยให้สถานการณ์วิกฤตภัยแล้งผ่อนคลายลง
ส่วนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค กรมชลประทานมีนโยบายให้ความสำคัญกับน้ำในส่วนนี้เป็นอันดับแรก โดยจะไม่มีการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มเติม เพื่อสงวนน้ำดิบที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ประชาชนมีน้ำดื่มน้ำใช้ผ่านพ้นหน้าแล้งนี้ไปได้ ซึ่งจากการคำนวนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคตามแผนจะมีใช้ได้ไปจนถึงเดือนเม.ย. 2559 หรืออีก9เดือนข้างหน้า และหากเขื่อนหลัก2แห่งอย่างเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ปรับลดการส่งน้ำลงอีก กรมชลประทานก็จะบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กระทบกับน้ำดิบเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งอาจจะมีการปรับลดการส่งน้ำเพื่อการเกษตรลง เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตน้ำดื่มน้ำใช้ขึ้นโดยเด็ดขาด
ปัจจุบันนอกจากน้ำต้นทุนที่เขื่อนเจ้าพระยารับจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์แล้ว สชป.12 ยังร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการสำรวจและขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำเสริมให้กับประชาชน ซึ่งในพื้นที่ จ.ชัยนาทเองมีการขุดเจาะไปแล้วจำนวน63บ่อ ใน8อำเภอ ซึ่งกรมชลประทานมั่นใจว่าจากน้ำต้นทุนในเขื่อนเจ้าพระยาและแหล่งน้ำเสริมจากการขุดเจาะบ่อบาดาลทั่วประเทศจำนวน กว่า600บ่อ จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ตามแผนที่มีอยู่ได้
ทั้งนี้ตลอด2เดือนที่ผ่านมา ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ6ซ.ม. จนต่ำกว่าระดับวิกฤต14.00ม.รทก. ต่อเนื่องย่างเข้าสัปดาห์ที่4 ทำให้ต้องมีการประชุมวางแผนการจัดสรรน้ำของทุ่งเจ้าพระยาทั้ง2ฝั่งทุกสัปดาห์ โดยล่าสุดจากการปรับลดการระบายน้ำจาก32ล้านลูกบาทเมตรต่อวัน(ล.ลบ.ม./วัน) ลงมาเหลือ28ล.ลบ.ม./วัน ของเขื่อนภูมิพลรวมกับเขื่อนสิริกิติ์ ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาต้องควบคุมการใช้น้ำเพื่อการเกษตรอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกร ไม่ให้มีการทำนาเพิ่มจากเดิมที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในพื้นที่รับผิดชอบ 6จังหวัดภาคกลางฝั่งตะวันตก ของสำนักงานชลประทาน(สชป.)ที่12 โครงการเขื่อนเจ้าพระยา มีเกษตรกรลงมือทำนาปีแล้วประมาณ 1,200,000ไร่







