posttoday
ฟองสบู่เศรษฐกิจจีน

ฟองสบู่เศรษฐกิจจีน

07 กรกฎาคม 2558

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออกถึง 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อย่างช่วยไม่ได้

ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศที่มีผลต่อไทยต่อเนื่องมา 4-5 ปีแล้ว ตั้งแต่ฟองสบู่เศรษฐกิจสหรัฐแตก ทำให้การเติบโตของจีดีพีต่ำมาตลอด และในปีนี้ปัจจัยต่างประเทศมีผลต่อเนื่องไปอีกแต่ข้ามทวีป จากอเมริกามาอยู่ที่ยุโรปและเอเชีย

ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ ซึ่งอาจเป็นชนวนให้สหภาพยุโรป (อียู) แตกเป็นเสี่ยงๆ และปัญหาของจีนที่ลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจตัวเอง เริ่มเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร

ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธปท.วิตกกังวลปัญหาเศรษฐกิจจีนและเอเชียมากกว่าปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซและยุโรป เนื่องจากไทยส่งออกไปประเทศจีนมากกว่ากลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และหากเศรษฐกิจจีนโตน้อยกว่าคาดไว้ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ความกังวลใจของ ธปท.มาจากการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่คาดว่า ในปีนี้เศรษฐกิจจีนอาจจะขยายตัวไม่เกิน 7% อาจจะแค่ 6% ต้นๆ เท่านั้น และหาก
ไอเอ็มเอฟถูก การส่งออกของไทยก็มีแนวโน้มแย่ลงไปอีก เพราะจีนเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย

การค้าระหว่างไทยและจีนใน 5 เดือนของปีนี้ มีมูลค่ารวม 839,817 ล้านบาท มีสัดส่วน 14% ของการส่งออกทั้งหมด ซึ่งจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย อย่างไรก็ดีการส่งออกสินค้าจากไทยไปจีนในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. 2558 มีมูลค่า 309,359 ล้านบาท ลดลง 7.81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 335,560 ล้านบาท

สมพล เกียรติไพบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน การที่เศรษฐกิจของจีนมีมูลค่าใหญ่มาก และในช่วง 5-6 ปีมีการเติบโตสูงเป็นเลขสองหลัก จนรัฐบาลจีนกลัวเศรษฐกิจจะร้อนแรงเกินไป ต้องออกมาตรการเบรกความร้อนแรงของเศรษฐกิจลง

“เชื่อว่ารัฐบาลจีนติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะรัฐบาลแข็งแกร่ง ฟองสบู่เศรษฐกิจเกิดที่ตลาดหุ้นเท่านั้น ส่วนภาคเศรษฐกิจหลักไม่มีปัญหารุนแรง” ที่ปรึกษานายกฯ กล่าว

นอกจากนี้ สมพลมองว่า รัฐบาลจีนและไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมาก และจีนให้ความสำคัญกับไทยมาก หากจีนมีปัญหาเขาก็ยังทำการค้ากับไทยอยู่ และให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ ดังนั้นมั่นใจได้ว่าไทยจะได้รับผลกระทบจากจีนไม่มากเท่ากับคู่ค้าคนอื่น

จากมุมมองของที่ปรึกษานายกฯ ทำให้กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้ปรับแผนการส่งออกไปตลาดจีน ยังเดินหน้าตามแผนเดิม ที่เน้นสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการท้องถิ่นทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง สำหรับปีนี้มีกิจกรรมสร้างเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า การเจาะตลาดจีนตอนนี้ เน้นทั้งเมืองใหญ่และเมืองรอง โดยเฉพาะเมืองรอง เช่น หนิงเซียะ ฉงชิ่ง กุ้ยหลินตอนนี้ยังมีความต้องการสินค้าจากไทย ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค กระทรวงได้คุยกับผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าตลาดที่มีความเสี่ยงนั้นยิ่งมีโอกาส โดยเราต้องรักษาหรือเพิ่มการค้าในตลาดจีน เพราะไม่เช่นนั้นตลาดจะตกเป็นของผู้แข่งขันรายอื่น

เช่นเดียวกับ ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ มองว่า รัฐบาลจีนคุมตลาดทุนไม่ให้มีการเก็งกำไรมากจนเกินไป แต่ก็ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ ผ่อนคลายเงินดาวน์ซื้ออสังหาริมทรัพย์ลงแล้ว ลดดอกเบี้ยนโยบาย ลดอัตราเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์เพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่มเติม

“เศรษฐกิจจีนได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และอีกส่วนหนึ่งมาจากนโยบายปราบปรามคอร์รัปชั่นของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ทำให้ข้าราชการระมัดระวังตัวมาก ร้านอาหาร ร้านค้าสินค้าฟุ่มเฟือย อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจต่อเนื่องชะลอตัวลงมาก ซึ่งส่งผลต่อการนำเข้าและการผลิตสินค้าจีนให้ลดลง” ไชยฤทธิ์ กล่าว

สำหรับผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปจีนนั้นลดลงในด้านมูลค่า เพราะราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงสินค้าเกษตรมีราคาต่ำลง การส่งสินค้าจากไทยไปจีนเป็นการส่งชิ้นส่วนสินค้า เช่น อิเล็กทรอนิกส์ไปประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูป

อย่างไรก็ดี การมองภาพเศรษฐกิจจีนไม่เป็นขาลงอย่างเลวร้ายนั้น อาจจะเป็นการมองแบบโลกสวยไปหน่อย แต่หากมองในด้านตลาดเงินนั้น ค่าเงินหยวนจะมีความผันผวนแน่นอนไอเอ็มเอฟประเมินว่า จีนเผชิญความเสี่ยงสินเชื่อ-การขยายตัว การลงทุนไม่ยั่งยืน พร้อมระบุเงินหยวนไม่อ่อนค่าแล้ว แถมยังจะเคลื่อนไหวไปในทางแข็งค่าต่อเนื่อง

ไอเอ็มเอฟเชื่อว่า รัฐบาลจีนจะทำให้เงินหยวนยืดหยุ่นมากขึ้น และอาจจะลอยตัวอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคตด้วย

ปัญหาที่สหรัฐอเมริกากล่าวหาว่ารัฐบาลจีนดึงเงินหยวนให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริง เพื่อให้ผู้ส่งออกจีนได้เปรียบอย่างไม่ยุติธรรมในการค้าระหว่างประเทศ แต่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหานี้และให้เหตุผลที่ต้องควบคุมค่าเงินหยวน เพราะวิตกว่ากระแสเงินไหลเข้าและไหลออกที่คาดหมายได้ยาก อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและทำให้การควบคุมทางการเงินอ่อนแอลง

นอกจากนี้ จีนก็ยังผลักดันเงินหยวนให้มีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินโลก และให้เป็นสกุลเงินหลักอีกสกุลหนึ่งในการค้าโลก

ดังนั้น การส่งออกไปจีนจะได้รับผลกระทบยังไม่ทันทีเหมือนการปรับตัวอ่อนหรือแข็งค่าของเงินหยวนที่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจะต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดมากกว่า ปัจจุบันไทยทำการค้ากับจีนด้วยเงินสกุลหยวนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของจีนอย่างใกล้ชิด

จะกล่าวว่า การที่เศรษฐกิจจีนกำลังทำท่าจะเป็นขาลง ไม่มีผลกระทบกับไทยเลยก็ไม่ใช่ แต่จะกระทบมากหรือน้อยต่างหาก ที่จะต้องติดตามดูการระมัดระวังก็ควรวิเคราะห์ข้อมูลตามข้อเท็จจริงอย่างไม่ตื่นตระหนก

ปัญหาเศรษฐกิจโลกในขณะนี้เป็นทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีก เกิดเหตุที่มุมไหนของโลกก็จะส่งผลกระทบไปอีกฝั่งของโลกเสมอ

การเตรียมหาแนวทางรับมือเศรษฐกิจจีนชะลอตัวไว้ก่อน ย่อมไม่เสียหาย ดีกว่ามองในทางบวกไว้ แต่เกิดเหตุไม่เป็นไปตามคาดการณ์ก็จะรับมือไม่ทัน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI