
กำลังซื้อแผ่ว
เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 6 เดือน ครึ่งปีติดลบ 0.81% การันตี เงินไม่ฝืดแต่กำลังซื้อแผ่ว
เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 6 เดือน ครึ่งปีติดลบ 0.81% การันตี เงินไม่ฝืดแต่กำลังซื้อแผ่ว
กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน มิ.ย. 2558 อยู่ที่ 106.64 ลดลง 1.07% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ถือเป็นการติดลบต่อเนื่อง 6 เดือน แต่เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.1% ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ลดลง 0.81%
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ชี้แจงว่า สาเหตุที่เงินเฟ้อลดลง 1.07% เพราะดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลด 1.9% สินค้าสำคัญที่ราคาลดลง ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ลด 19.69% หมวดการสื่อสารลด 0.04%
อย่างไรก็ตาม หมวดอื่นๆ ราคาดีขึ้น เช่น ค่าตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล ค่าเช่าบ้าน ค่ายาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารบริโภคนอกบ้าน ผักผลไม้
ทั้งนี้ เมื่อแยกสินค้าที่คำนวณเงินเฟ้อ 450 รายการ พบสินค้าราคาสูงขึ้น 165 รายการ ราคาลดลง 84 รายการ ที่เหลือไม่เปลี่ยนแปลง
นายสมเกียรติ กล่าวว่า เงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่องกัน 6 เดือน ยังไม่ใช่สัญญาณเงินฝืด เพราะตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานเมื่อหักพลังงานและอาหารสด ก็ยังเป็นบวกอยู่ โดยหากเป็นภาวะเงินฝืด ประชาชนจะไม่อยากบริโภคสินค้าทั้งๆ ที่มีความต้องการ เพราะคาดว่าราคาจะลดลงอีก แต่ปัจจุบันยังบริโภคอยู่ เพียงแต่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง 6 เดือน ยังไม่เข้าข่ายเงินฝืดในเชิงนโยบายที่ต้องกังวล แต่เป็นสัญญาณเงินฝืดในเชิงเทคนิค เนื่องจากกำลังซื้อยังมีอยู่ แต่เป็นกำลังซื้อที่แผ่วบางมาก เพราะเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือน มิ.ย. เป็นบวกต่ำกว่า 1% สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกยังไม่ฟื้นตัวพอ
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งทำ คือกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ลดค่าครองชีพให้ผู้โดนภัยแล้ง เร่งการส่งออก เร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อให้ค่าเงินบาทอ่อน เพราะปัจจุบันเริ่มเห็นการลดราคาล้างสต๊อก แสดงว่ากำลังซื้อแผ่วมาก
นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ได้ให้ทุกส่วนราชการเร่งรัดก่อหนี้ผูกพันโครงการลงทุนที่ค้างอยู่กว่า 1.3 แสนล้านบาท ให้เสร็จในวันที่ 30 ก.ย.นี้ หากไม่เซ็นสัญญา สำนักงบประมาณจะเรียกงบคืนทั้งหมด และให้เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนโดยเร็วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ







