
เดินหน้าปฏิรูปประมง
คำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการเดินหน้าจับกุมเรือประมงผิดกฎหมาย หรือผิดระเบียบทุกประเภท เพื่อป้องกันยับยั้งและขจัดการทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) ในวันที่ 1 ก.ค. 2558 เป็นต้นไป ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและหน่วยงานราชการจะต้องยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ เพราะนั่นหมายถึงความยั่งยืนในกิจการประมงของไทยในระยะยาว
คำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการเดินหน้าจับกุมเรือประมงผิดกฎหมาย หรือผิดระเบียบทุกประเภท เพื่อป้องกันยับยั้งและขจัดการทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) ในวันที่ 1 ก.ค. 2558 เป็นต้นไป ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและหน่วยงานราชการจะต้องยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ เพราะนั่นหมายถึงความยั่งยืนในกิจการประมงของไทยในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ข้อทักท้วงของบรรดาผู้ประกอบการเรือประมงใน 22 จังหวัด ที่ถูกบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ด้วยเงื่อนไขในการจัดระเบียบ ซึ่งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กำหนดว่าจะต้องประกอบด้วย 15 เรื่อง ได้แก่ ทะเบียนเรือไทย ใบอนุญาตใช้เรือ ใบประกาศนายเรือ ใบประกาศช่างเครื่อง ใบอนุญาตใช้วิทยุ ใบประกาศนียบัตรใช้วิทยุทั่วไป ใบอาชญาบัตร LOGBOOK บัตรประชาชนไต๋ บัตรประชาชนนายท้ายเรือ บัตรประชาชนช่างเครื่อง ทะเบียนลูกจ้าง บัตรสีชมพู สัญญาจ้าง และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย หากขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ถือว่าผิดและอาจต้องถูกจับกุมก็เป็นเรื่องที่ทางการจะต้องนำมาพิจารณา เพื่อให้การปฏิรูปการทำประมงของไทยเดินหน้าไปได้
เพราะระยะเวลาแค่ 2 เดือน ที่รัฐบาลได้ผ่อนปรนและไม่มีการต่ออาชญาบัตร อาจทำให้ผู้ประกอบธุรกิจประมงหลายรายยังไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้หมดทุกข้อ โดยเฉพาะกรณีของแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎ IUU แล้ว ยังอาจโดนข้อหาให้ที่พักพิงคนต่างด้าวอีกด้วย
ดังนั้น ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น ผู้ที่ทำหน้าที่ในศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ในพื้นที่จังหวัดที่มีชายฝั่งติดทะเลจะต้องระดมสรรพกำลังของเจ้าหน้าที่ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้บริการผู้ประกอบการประมงที่ยังมีปัญหากับการจัดระเบียบเรือประมงและดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
การปฏิรูปปัญหาการประมงไทยที่ทำผิดกฎหมายสากลนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะดำเนินการได้ลุล่วงภายในเวลาอันสั้น รัฐบาลจะต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวในการดำเนินการ แต่ต้องเดินหน้าทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการประมงให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของการแก้ปัญหา เพราะนั่นหมายถึงผลประโยชน์ของประเทศและผู้ประกอบการอาชีพนี้ในระยะยาว
ด้านผู้ประกอบการประมงก็ต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนไป จะประกอบอาชีพโดยไม่สนใจกติกาโลกไม่ได้ เพราะการทำการค้าในปัจจุบันมีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องในหลายมิติ การจะอ้างว่าไม่มีสหภาพยุโรปเราก็ค้าขายและทำประมงกับประเทศอื่นได้ อาจเป็นคำตอบในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจนำมาซึ่งปัญหาในการประมงจนเจ็บปวดกันทั้งระบบ
การวางรากฐานประเทศเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวนั้น อาจจะสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง และอาจมีความเห็นต่างของผู้คน เพราะยังมองเห็นภาพในผลประโยชน์ที่ี่ได้รับความแตกต่างกัน แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง หากจะมีการสร้างมาตรฐานในการประกอบอาชีพให้กับคนในชาติในอนาคต







