
ไทยเจอวิกฤตแล้ง เร่งเศรษฐกิจเงินฝืด
ลำพังไม่มีปัญหาภัยแล้งรุนแรงที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จนเกษตรกรเพาะปลูกไม่ได้ มีรายได้ไม่พอรายจ่าย เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาก็มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืดจ่อคอหอยอยู่แล้ว
ลำพังไม่มีปัญหาภัยแล้งรุนแรงที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จนเกษตรกรเพาะปลูกไม่ได้ มีรายได้ไม่พอรายจ่าย เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาก็มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืดจ่อคอหอยอยู่แล้ว
จากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของไทยที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศออกมาก็เห็นชัดว่าขยายตัวติดลบ 5 เดือนติดต่อกันมาตั้งแต่ต้นปี จนถูกมองว่าเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะเงินฝืดทางเทคนิคไปแล้ว
ถึงแม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลจะออกมายืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เพราะเงินเฟ้อทั่วไปติดลบก็จริง แต่เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ลดลงมาก และหากดูจากเงินเฟ้อพื้นฐานที่ตัดเรื่องราคาน้ำมันและอาหารสดออกไป พบว่ายังขยายตัวเป็นบวก ประกอบกับการจับจ่ายใช้สอยยังมีอยู่จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคภายในประเทศที่ยังขยายตัวบวกมาตลอดครึ่งปี แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืดตามที่หลายฝ่ายกังวล
เหตุผลดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจไทยรอดตัวจากภาวะเงินฝืดไปได้ชั่วขณะ แต่เมื่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ออกรายงานการลดดอกเบี้ยนโยบายที่ผ่านมา และได้ระบุเหตุผลว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายที่ผ่านมา ก็เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยที่อาจจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ทำให้ความกังวลเรื่องนี้หวนกลับมาอีกครั้ง
แม้ว่า ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกมาอธิบายว่า ภาวะเงินฝืดยังไม่เกิดขึ้นง่ายๆ และการเขียนรายงานของ กนง.ก็เป็นการคาดการณ์กรณีที่เลวร้ายไว้ก่อน แม้ว่าจะเกิดขึ้นยาก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ธปท.ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาวะเงินฝืดในเศรษฐกิจไทยมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้
เมื่อดูโดยรวมแล้วจะเห็นว่าการออกมาชี้แจงของหน่วยงานทางเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาความเสี่ยงที่จะเจอเรื่องเงินฝืด หรือคนไม่มีกำลังจับจ่ายใช้สอยจนเป็นวิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ ก็เพราะส่วนหนึ่งรัฐบาลประเมินว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก ทำให้เศรษฐกิจไทยหลุดพ้นจากบ่วงกรรมเศรษฐกิจเงินฝืดไปได้
แต่สิ่งที่คาดไว้กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เศรษฐกิจที่ดูว่าจะเร่งเครื่องขึ้นกลายเป็นเครื่องมีปัญหาอ่อนแรงรอบใหม่ จากการที่เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัวได้ 3% แต่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 กลับไม่มีใครกล้ายืนยันว่าจะขยายตัวได้ดีกว่าหรือแม้กระทั่งเท่ากับไตรมาสแรก
ขนาด สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ยังยอมรับว่า ต้องลุ้นเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 จะเป็นตัว V หรือเป็นตัว L เป็นเรื่องที่ต้องจับตาไม่กะพริบ และหากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวได้น้อยกว่าไตรมาสแรก ก็ถือว่าเป็นสัญญาณร้ายของเศรษฐกิจไทย
หากดูการรายงานภาวะเศรษฐกิจล่าสุดเดือน พ.ค. 2558 ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยน่าเป็นห่วง ดัชนีทางเศรษฐกิจอ่อนแรงทุกตัว โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศ การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเริ่มแผ่ว ถึงแม้ว่ายังขยายตัวได้เป็นบวก แต่เป็นบวกที่ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ทำให้เศรษฐกิจกลับมาสู่ความเสี่ยงภาวะเงินฝืดระลอกใหม่
ที่สำคัญที่สุด คือ รายได้ภาคการเกษตรที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ยอดการซื้อรถจักรยานยนต์ลดลง เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า ภาวะเงินฝืดเริ่มใกล้ตัวเข้ามาทุกที
ยิ่งมองไปในอนาคตอันใกล้รายได้ของเกษตรกรจะวิกฤตมากกว่านี้ ทำให้กำลังซื้อเข้าขั้นโคม่า และเศรษฐกิจไทยก็ต้องเข้าสู่ภาวะเงินฝืดในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะภัยแล้งครั้งนี้ถือว่ามากสุดครั้งหนึ่งของไทย
ดังนั้น อัตราเงินเฟ้อที่จะติดลบต่อจากนี้ไป นอกจากมีผลจากราคาน้ำมันที่ลดลงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากความต้องการซื้อลดลงด้วย เนื่องจากรายได้น้อยลงจากภัยแล้งที่รุนแรง
รัฐบาลเห็นถึงวิกฤตดังกล่าว จึงได้มีการเร่งแก้ปัญหา เริ่มตั้งแต่การหยุดพักชำระหนี้ไปก่อน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระไม่ให้เกิดหนี้เสีย และรักษากำลังซื้อของรากหญ้าไม่ให้ตกฮวบจนเศรษฐกิจหนีภาวะเงินฝืด
ไม่พ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งเติมเงินให้กับเกษตรกร โดยการแจกเงินให้กับชาวนา ชาวสวนยาง และเกษตรกรกลุ่มอื่น เหมือนกับการแจกเงินเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 15 ไร่ หรือ 1.5 หมื่นบาท/ครอบครัว เหมือนที่เคยทำมาในอดีตตอนปลายปี 2557 จนถึงต้นปี 2558 ที่ผ่านมา
แต่การแจกเงินยังติดปัญหาว่าต้องใช้เงินจำนวนมาก หากแจกเท่าเดิมก็ต้องใช้เงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท แต่ก็น่าจะเป็นจำนวนที่ไม่พอชดเชยขาดทุนของเกษตรกร เนื่องจากภัยแล้งครั้งนี้สร้างความเสียหายวงกว้าง แต่หากแจกมากกว่านั้น รัฐบาลก็อยู่ในภาวะหนี้ท่วมบ่า
ถึงแม้ว่าวิธีการแจกเงินไร่ละ 1,000 บาท ที่ผ่านมาจะพิสูจน์ให้เห็นว่าได้ผล ทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกขยายตัวได้ดี แต่ก็มีผลแค่ระยะสั้นๆ เท่านั้น โดยจะเห็นได้ว่าการบริโภคไตรมาส 2 ก็เริ่มอ่อนแรงอีกรอบ
ดังนั้น การแจกเงินเป็นการซื้อเวลาให้กับเศรษฐกิจไทยไม่ให้เข้าสู่ภาวะเงินฝืดได้ในช่วงสั้นๆ 1-2 ไตรมาส หลังจากนั้นรัฐบาลต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อเร่งการขยายตัวเศรษฐกิจแบบเต็มสูบเพื่อให้เศรษฐกิจหลุดพ้นจากภาวะการชะลอตัวและเข้าสู่ภาวะเงินฝืด
เรื่องดังกล่าวถือเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล เพราะปัจจัยลบทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ภายในประเทศนอกจากจะเจอวิกฤตภัยแล้ง ยังมีเรื่องของนักลงทุนเริ่มถอดใจกับเศรษฐกิจไทยระยะสั้น ดูจากการนำเข้าเดือน พ.ค.ที่ลดลง และนำเข้าที่ลดลงก็เป็นกลุ่มเครื่องจักรและวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งเป็นหัวใจในการลงทุนภาคเอกชน ผลกระทบที่ตามมาคือการจ้างงานที่จะลดลง ส่งผลให้คนมีรายได้น้อยขยายวงกว้างจากภาคเกษตรไปสู่ภาคการใช้แรงงาน ทำให้เศรษฐกิจไทยหนีภาวะเงินฝืดได้ยากขึ้นไปอีก
ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจของกรีซที่ป่วนตลาดเงินตลาดทุนไปทั่วโลก หากยืดเยื้อจะเป็นต้นตอปัญหาเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ และก็ทำให้เศรษฐกิจไทยหนีไม่พ้นต้องได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะการส่งออกที่จะอาการสาหัสมากขึ้น จนมีการคาดกันว่าทั้งปีส่งออกจะติดลบมากกว่า 1.5% ตามที่ ธปท.คาดไว้ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่กระทบรายได้ผู้ประกอบการและแรงงาน ทำให้เศรษฐกิจฝืดเคืองมากขึ้น จากที่เคยฟื้นตัวได้ช้าๆ กลายเป็นอ่อนแรงและขยายตัวต่ำลงเรื่อยๆ







