
มาร์คจี้บอร์ดแก้ไข่แพงทั้งระบบ
ชงยืดอายุไก่ไข่เพิ่มปริมาณเข้าตลาด แนะเพิ่มรายย่อยกันรายใหญ่ผูกขาด
โพสต์ทูเดย์
— มาร์คจี้บอร์ดไข่แก้ทั้งระบบ พาณิชย์เตรียมคุมราคาสินค้าต่อ นักวิชาการแนะเพิ่มรายย่อยเลี้ยงกันผูกขาดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในรายการ
“เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ว่า วันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (บอร์ดไข่) เพื่อแก้ปัญหาไข่ราคาแพง โดยจะเสนอทั้งมาตรการระยะเฉพาะหน้า มาตรการระยะกลาง และระยะยาว โดยมาตรการเฉพาะหน้า คือ จะหาทางให้มีปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น เช่นการยืดอายุไก่ไข่ให้นานขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณไข่ในตลาด ซึ่งจะทำให้ราคาไข่ลดลงได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้พร้อมกันนั้นก็จะมีการศึกษาปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ เช่นการนำเข้าแม่ไก่ที่เป็นแม่พันธุ์ ไปจนถึงมาตรการอื่นๆ โดยจะมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญที่ไม่มีส่วนได้เสียมาดูแล
ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ให้กรมการค้าภายใน ไปเร่งศึกษาผลกระทบจากการที่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และเนื้อหมูมีราคาสูง จนอาจกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าชนิดอื่น เพื่อหาแนวทางดูแลไม่ให้สินค้ากลุ่มเหล่านี้ปรับราคาขึ้น โดยอาจเรียกผู้ผลิตที่ประสบปัญหาต้นทุนสูงขึ้นมาหารือ และขอความร่วมมือไม่ให้ขึ้นราคา เพราะจะทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อน เช่น น้ำอัดลม นมข้นหวาน น้ำผลไม้ ขนมขบเคี้ยว ขนมปัง และอาหารสำเร็จรูป
“
ตอนนี้มีสินค้าหลายชนิดที่ใช้ น้ำตาลทราย ไข่ไก่ เป็นวัตถุดิบ เช่น น้ำอัดลม นมข้นหวาน น้ำผลไม้ ขนมขบเคี้ยว ขนมปัง อาหารสำเร็จรูป ซึ่งกระทรวงฯ ต้องเข้าไปช่วยดูว่าผู้ผลิตได้ผลกระทบแค่ไหน เพื่อหามาตรการช่วยเหลือ และขอความร่วมมือไม่ให้ขึ้นราคา”นายยรรยง กล่าวทั้งนี้ ราคาน้ำตาลทรายและไข่ไก่ที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อโดยตรงไม่มากนัก แต่จำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อสินค้าตัวอื่นให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นได้ เช่น ไข่ไก่ มีสัดส่วนกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ 0.56% แต่ส่งผลโดยตรงต่ออาหารสำเร็จรูปที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อถึง 4.35% น้ำตาลทราย มีผลต่อผู้บริโภคโดยตรงและสินค้าหลายชนิด ทั้งน้ำอัดลม น้ำผลไม้ นมข้นหวาน ซึ่งสินค้าหมวดอาหาร กระทรวงพาณิชย์จำเป็นต้องเข้าไปดูแลเป็นพิเศษในครึ่งปีหลัง เพราะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อได้
สำหรับการรับเรื่องร้องเรียนสินค้าราคาแพงขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้เดือดร้อนตามหมู่บ้าน หรือจุดที่ไกลจากเขตตลาดสด โดยจากการสำรวจราคาสินค้าไข่ไก่ ตามตลาดสด หรือร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ยังมีราคาอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งราคาไข่แพงอาจเป็นร้านเล็กๆ ที่ซื้อต่อมาหลายช่วงจนต้องบวกกำไรสูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเข้มงวดส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจช่วงการรับซื้อระหว่างยี่ปั้ว ซาปั้ว และร้านค้าปลีกไม่ให้ขายกำไรเกินจริง
นอกจากนี้ จะเข้าไปดูการจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปที่ประชาชนร้องเรียนว่ามีราคาสูงถึงจานละ 3035 บาท โดยอาจเข้าไปเปิดร้านอาหารธงฟ้าในพื้นที่ที่มีการร้องเรียน เพื่อให้เป็นทางเลือกแก่ประชาชนในการประหยัดค่าใช้จ่ายรวมทั้งะเป็นตัวกลางช่วยประสานให้ร้านอาหารธงฟ้า สามารถซื้อวัตถุดิบทำอาหาร เช่น ข้าวสาร ซอส น้ำปลา ไข่ไก่ น้ำตาลราคาถูกจากผู้ผลิตโดยตรงช่วยประหยัดต้นทุน
ด้าน สพญ.อัจฉริยา ไศละสูต นายกสัตวแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า เห็นว่าการเปิดให้เกษตรกรรายย่อยได้โควตาในการเลี้ยงมากขึ้นน่าจะเป็นทางออกทางหนึ่ง เพื่อให้การเลี้ยงไก่ไข่ไม่กระจุกตัวในบริษัทใหญ่ หรือลูกข่ายของบริษัทใหญ่ โดยส่งเสริมการเลี้ยงเป็นระบบสหกรณ์ซึ่งจะยั่งยืนและถ่วงดุลระบบได้ ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของบอร์ดไข่ต้องพิจารณาจำนวนที่เพิ่มขึ้นไม่ให้กระทบตลาด
จะเป็นการเพิ่มในจำนวนเท่าใดที่จะเหมาะสมไม่กระทบต่อระบบตลาดที่จะทำให้ไข่ราคาตกนั้นเป็นหน้าที่ที่บอร์ดจะต้องพิจารณา ซึ่งทางสมาคมฯออกแถลงการณ์ในเรื่องการแนะนำการเลี้ยงไก่ไข่ที่เหมาะสมในแต่ละสภาพอากาศ ซึ่งเป็นการช่วยเกษตรกรในทางอ้อมในการเลี้ยงที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามสมาคมฯจะเข้าร่วมประชุมสังเกตการในวันจันทร์ที่ 5 ก.ค.นี้ด้วย
นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการ บอร์ดไข่ กล่าวว่า ในการประชุมวันที่ 5 ก.ค. จะหารือใน 2 ประเด็น คือ สัดส่วนแม่ไก่ไข่ที่ให้นำเข้า 4.05 แสนตัวเหมาะสมหรือไม่ และต้นทุนของเกษตรกรผู้เลี้ยงที่คิดและใช้ในปัจจุบันเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อยุติเนื่องจากผู้เข้าประชุมล้วนเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ โดยมีนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานบอร์ด และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมด้วย
“
เชื่อว่าหลังรับฟังทุกฝ่ายแล้วน่าจะได้แนวทางการแก้ไขปัญหาไข่ไก่ราคาแพงตามที่ทุกฝ่ายต้องการได้”นายปรีชากล่าว“
การประชุมวันนี้บอร์ดเห็นตรงกันว่า ควรประชุมเปิดใจรับฟังทุกฝ่าย เพื่อหาจุดที่ลงตัวและเกิดประโยชน์ร่วมกัน จะรื้อโครงสร้างบอร์ดหรือโครงสร้างระบบก็จะพิจารณาร่วมกัน” นายปรีชา กล่าวสำหรับคณะกรรมการพัฒนาไก่ไข่ฯนั้นมีด้วยกัน 19 คนประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐ 11 คนในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนผู้ประกอบการ 2 คน ผู้แทนองค์กรผู้เลี้ยง 2 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน และคณะกรรมการที่ปรึกษา สำหรับโครงสร้างการผลิตไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ เริ่มจากการปริมาณนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ (พีเอส) 405,721 ตัว แม่ไก่ยืนกรง (ให้ไข่) ในประเทศ 37 ล้านตัว ปริมาณผลผลิตไข่ไก่สด 10,808 ล้านฟอง บริโภค 97% หรือ 10,458 ล้านฟอง ส่งออก 3% อยู่ที่ 350 ล้านฟอง ที่เหลือแปรรูปเป็นไข่ผงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง







