
รวบแก๊งอินเดียค้ายาเคมูลค่า 22 ล้านบาท
กรมศุลกากรจับกุมชายชาวอินเดีย ลอบนำยาเคตามีน มูลค่า 22 ล้านบาท
กรมศุลกากรจับกุมชายชาวอินเดีย ลอบนำยาเคตามีน มูลค่า 22 ล้านบาท
นาย เอกลาภ รัตนรุจ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากร สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ จับกุมชายชาวอินเดีย ลักลอบนำเข้ายาเคตามีน วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 7,400 กรัม มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นายเอกลาภ กล่าวอีกว่า จากการสืบทราบว่าจะมีชาวต่างชาติลักลอบนำยาเสพติดให้โทษเข้ามาในราชอาณาจักร นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร จึงได้สั่งการให้ นางกรศิริ พิณรัตน์ รองอธิบดีด้านยุทธศาตร์ นายเอกลาภ รัตนรุจ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสิทธิชัย จึงจิรานนท์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร นาย สรศักดิ์ มีนะโตรี ผู้อำนวยการส่วนบริการผู้โดยสาร และ นายถวัลย์ รอดจิตต์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม นายคณิศร์ อิศดุลย์ หัวหน้าฝ่ายบริการการผู้โดยสารที่ 3 กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปราม ตามนโยบายปกป้องสังคมของกรมศุลกากรในการสกัดกั้นการลักลอบหนีศุลกากรและยาเสพติดให้โทษ
จนกระทั่งวันที่ 5 ก.ค. เวลาประมาณ 07.10 น. เจ้าหน้าที่ศุลกากรสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้พบชายต้องสงสัยที่บริเวณช่องตรวจไม่มีของต้องสำแดง (ช่องเขียว) หมายเลข 7 โซน B อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาเข้า จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางหมายเลข G2131683 พบว่าเป็น ชาวอินเดีย ชื่อนาย กัลยาณสุนทาราม การัปไพยัน เดินทางมาจาก เชนไน ประเทศอินเดีย มายังประเทศไทยโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี338 05.07.53 กระเป๋าเดินทางทรงอ่อนสีดำ จำนวน 1 ใบ
ขณะเดินผ่านช่องตรวจไม่มีของต้องสำแดง หมายเลข 7 โซน B เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นพบวัตถุมีลักษณะเป็นผลึกใสเหมือนน้ำตาลทรายขาว บรรจุในหีบห่อทำด้วยโลหะจำนวน 1 หีบห่อ ซุกซ่อนไว้ในช่องลับภายในกระเป๋าทรงอ่อนสีดำ ภายหลังตรวจสอบแล้วพบเป็นยาเคตามีน วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท น้ำหนักรวมประมาณ 7,400 กรัม มูลค่าของกลางประมาณ 22 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการนำของต้องห้าม ต้องกำกัดตามกฎหมายศุลกากรประเภทวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตามมาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 และพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พ.ศ. 2518 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ยึดของกลางดังกล่าวและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป







