
ดีเอสไอแจ้งข้อหาหนักอ้อ-อ้าย
ดีเอสไอตั้ง 2 ข้อหาหนัก 2 ผู้ต้องหาจ้างวานวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย เตรียมส่งศาลฝากขังต่อพร้อมคัดค้านประกันตัว ขณะที่อ้อ-อ้ายปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องเชื่อถูกใส่ร้าย
ดีเอสไอตั้ง 2 ข้อหาหนัก 2 ผู้ต้องหาจ้างวานวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย เตรียมส่งศาลฝากขังต่อพร้อมคัดค้านประกันตัว ขณะที่อ้อ-อ้ายปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องเชื่อถูกใส่ร้าย
พ.ต.ท.เสกสรร ศรีตุลาการ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำตัว นายกอบชัย บุญปลอด หรือ อ้าย อายุ 43 ปี และ นางวริศรียา บุญสม หรือ อ้อ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันผลิตและมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง เดินทางมาถึงดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ มีรถวิทยุกองปราบปรามนำขบวนท่ามกลางการคุมกันอย่างเข้มงวดจากชุดปฎิบัติการพิเศษ ดีเอสไอ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้ง 2 คน เข้าห้องสอบสวน เพื่อตรวจสอบประวัติ พร้อมถ่ายรูปพิมพ์ลายนิ้วมือทำทะเบียนประวัติอาชญากร ก่อนพนักงานสอบสวนคดีพิเศษนำตัวเข้าห้องสอบสวนร่วมกับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ยืนถืออาวุธปืนลูกซองคุมเข้มหน้าห้องสอบสวน
ต่อมามีนางอาราณา ดลธนวัฒน์ นายพงษ์พันธ์ บุญสมญาติ อยู่บ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 13 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ญาติของนางวริศรียา ได้ติดต่อขอ เข้าเยี่ยมพร้อมทนายความ
จากนั้น นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย ได้ลงมาตรวจความเรียบร้อยการรับตัวผู้ต้องหาคนสำคัญด้วยตัวเอง กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในฐานะผู้ประสานงานกับประเทศกัมพูชา เมื่อตำรวจได้รับตัว 2 ผู้ต้องหาจากประเทศกัมพูชา ทาง สตช.ได้ส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้ดีเอสไอ ส่วนขั้นตอนต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะลงทะเบียนประวัติผู้ต้องหา พร้อมแจ้ง 2 ข้อหาคือ เป็นตัวการร่วมในการผลิตและมีไว้ในครอบครอง ใช้ระเบิดซึ่งเป็นวัตถุอันตรายอันเป็นความผิดร้ายแรง และเป็นตัวการร่วมกันในความผิดฐานก่อการร้าย หลังจากนั้นจะร่วมกันสอบสวนบันทึกคำให้การร่วมกับอัยการคดีพิเศษ พร้อมจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ดีเอสไอ 1 คืน ส่วนบ่ายวันอังคารนี้ (6 ก.ค.) ดีเอสไอจะควบคุม 2 ผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลอาญา พร้อมคัดค้านการประกันตัว
นายธาริต กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไม่ได้ประกันตัว เพราะมีพฤติการณ์หลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งเรื่องการประกันตัวจะเป็นดุลพินิจของศาล ส่วนการจะทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการสอบสวนของผู้ต้องหา ถ้าให้การรับสารภาพก็จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หากผู้ต้องหาปฎิเสธก็คงไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนการสืบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมคงต้องรอการสอบปากคำผู้ต้องหาในคืนนี้ รวมทั้งมูลเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่นั้น คงต้องรอการสอบสวนผู้ต้องหาเช่นกัน
เบื้องต้นได้ยึดโทรศัพท์ของผู้ต้องหาไว้ 3 เครื่อง เพื่อนำไปตรวจติดต่อหาความเชื่อมโยงต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การในชั้นจับกุมว่าไม่ได้รู้เห็นในการนำระเบิดไปวาง แต่รู้เห็นในการประกอบวัตถุระเบิด เป็นการกึ่งรับสารภาพ ยังสรุปไม่ได้เพราะต้องรอว่าผู้ต้องหาจะให้การซัดทอดใครหรือไม่
น.ส.วริศรียา หรือ อ้อ กล่าวว่า ได้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จริง และก็ทำงานในมูลนิธิ 111 ไทยรักไทยอีกด้วย ยอมรับว่าได้ให้ นายเดชพล พุทธจง หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ เข้าพักที่บ้านพักในซอยโชคชัย 4 โดยนายเดชพล อ้างว่าต้องการมางานศพพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เลยมาขอพักอาศัยที่บ้านเท่านั้น
ทั้งนี้ นายเดชพล ได้ขอให้ไปซื้อรถเข็นให้เพื่อจะนำไปขายไก่ย่าง ซึ่งก็ออกเงินให้ แต่ก็ไม่ทราบว่าผู้ต้องหาจะนำไปก่อเหตุระเบิด เมื่อได้รู้ข่าวว่าเกิดเหตุระเบิดที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) รู้สึกตกใจมาก ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ขอยืนยันว่าตนเองถูกใส่ร้าย
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุ ได้เดินทางไปที่ประเทศกัมพูชาในฐานะนักท่องเที่ยว เพื่อไปขอความช่วยเหลือจากแกนนำ นปช. และได้พบนายพายัพ ปั้นเกตุ และดีเจ.อ้อม ซึ่งเป็นผู้ให้ที่พักพิง แต่กลับถูกหักหลัง ส่วนนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และ นายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำ นปช.ที่ยังหลบหนีอยู่ไม่เจอ
ด้านนายกอบชัย หรือ อ้าย กล่าวว่า ไม่ได้เป็นผู้จ้างวานตามที่ถูกกล่าวหาแต่ยอมรับว่าเป็นกลุ่มแนวร่วม นปช.และเคยเข้าร่วมการชุมนุมจริง ส่วนเรื่องของนายกำพล คำคง หนึ่งในผู้ต้องหาก็รู้จักกันมาก่อน แต่รู้จักผิวเผินไม่ลึกซึ้ง ยืนยันว่าคดีนี้ตนถูกปรักปรำและถูกใส่ร้าย
พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งเดินทางไปรับ 2 ผู้ต้องหาถึงประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพว่าเป็นคนจัดซื้อรถเข็นเงาะ ราคา 5,000 บาท แต่อ้างว่าจะให้นายเดชพลไปค้าขายหมูย่างไก่ปิ้ง ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือขณะนี้ยังอยู่ในประเทศไทยกำลังตามตัวอยู่ ส่วนข้อหาจะไปเพิ่มอีกเป็นเรื่องของดีเอสไอ ส่วนผู้ต้องหา อ้อ กับ อ้าย เป็นคนจัดหาซื้อเงาะกับรถเข็นขาย ขอยืนยันรับรองด้วยเกียรติว่า พวกนี้กระทำจริง
สำหรับผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คน ชื่อสำราญ (ไม่ทราบนามสกุล) และ นายอ้วน หรือ หน่อง (ไม่ทราบนามสกุล) ขณะนี้พยายามติดตามตัวอยู่ ต้องรอการสอบสวนจากดีเอสไอก่อน แต่เชื่อว่าน่าจะได้ผลดี จากนี้ต่อไปเมื่อส่งผู้ต้องสงสัยแล้ว ถือว่าตำรวจหมดหน้าที่







