posttoday
ปฏิรูปการเกษตร

ปฏิรูปการเกษตร

25 มิถุนายน 2558

แทบไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์ที่ดีที่สุดในภูมิภาค มีฝนตกชุกตลอดปี จะต้องมาเจอกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนักหน่วงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนรัฐบาลต้องยกปัญหานี้ขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่กำลังเผชิญปัญหาอยู่

แทบไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์ที่ดีที่สุดในภูมิภาค มีฝนตกชุกตลอดปี จะต้องมาเจอกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนักหน่วงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนรัฐบาลต้องยกปัญหานี้ขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่กำลังเผชิญปัญหาอยู่

ที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง คือ ปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ถูกทักท้วงและเสนอแนะจากนักวิชาการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำหาทางรับมือมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2558 แต่กว่าภาครัฐจะออกมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และประกาศแจ้งเตือนให้ชาวนาชะลอการทำนาก็เป็นเดือน มิ.ย. 2558

แม้ในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยายามชี้แจงและประกาศเตือนประชาชนให้รับมือกับภาวะขาดน้ำทำนา เพราะเขื่อนหลักแล้งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เป็นการดำเนินการภายในหน่วยงาน กระทั่งเมื่อภัยมาใกล้ตัวเหลือน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคและการทำเกษตรกรรมไม่ถึง 28-29 วัน จึงมะรุมมะตุ้มหาทางแก้ปัญหากันอย่างเร่งด่วน

ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้เชื่อได้ว่ามาตรการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ และมาตรการแก้ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบที่กำลังจะขับเคลื่อนออกมา จะเป็นมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้น และจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สร้างเป็นยุทธศาสตร์ประเทศในเรื่องการบริหารจัดการน้ำระยะยาวอย่างเด็ดขาด

เพราะโจทย์ใหญ่ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่หน่วยงานภาครัฐจะหยิบยกมาเพื่อพิจารณา จะเป็นปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่จะไม่มีการเสนอแผนงานที่เป็นยุทธศาสตร์ในการวางรากฐานอนาคต เพื่อไม่ให้ปัญหาภัยแล้งหวนมากัดกินคนไทยได้อีก

ถ้ารัฐบาลนี้ประกาศเป็นเจตนารมณ์ว่าจะไม่มีการนำงบประมาณก้อนโตมาจ่ายให้เกษตรกร เพราะไม่ต้องการใช้นโยบายประชานิยมในการซื้อใจประชาชน แต่จะใช้วิธีการดูแลให้มีการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกแทน ก็พอเห็นภาพชัดว่าเป็นมาตรการที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และไม่มีหลักประกันใดๆ ที่จะการันตีให้กับเกษตรกรได้ว่า เมื่อปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแล้ว ผลผลิตที่ออกมาจะสร้างรายได้ในการดำรงชีพให้กับเกษตรกรได้ เพราะรัฐบาลไม่มีการวางแผนดำเนินงานแบบครบวงจร ทั้งในเรื่องการดูแลด้านรายได้ การสร้างตลาดให้กับเกษตรกรอย่างเป็นระบบ และสร้างห่วงโซ่ของอาชีพที่เปลี่ยนไปให้กับเกษตรกรแม้แต่น้อย

มาตรการที่รัฐบาลจะนำมาแก้ปัญหาจึงเป็นการขุดบ่อบาดาล การให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเข้าไปพักหนี้ให้กับเกษตรกร และอาจจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่สูญเสียโอกาสในการทำมาหาได้จากการทำนาที่ได้ลงทุนไป

หากรัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่าจะปฏิรูปประเทศ เพื่อวางรากฐานระยะยาวในการสร้างอนาคตไทย ต้องใช้ห้วงเวลานี้ปฏิรูประบบการเกษตร และการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้เป็นรูปธรรม และต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้