
พีมูฟจี้รัฐเยียวยาชาวสวนหลังโค่นยางพาราทิ้ง
กลุ่มพี-มูฟเผยนโยบายโค่นสวนยางพาราทั่วประเทศกระทบชาวสวน 1.5 ล้านคน
กลุ่มพี-มูฟเผยนโยบายโค่นสวนยางพาราทั่วประเทศกระทบชาวสวน 1.5 ล้านคน
กลุ่มชาวบ้านและกลุ่มพี-มูฟ ที่ถูกดำเนินคดีทางอาญาในคดีบุกรุกป่า พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พ.ต.ท.ประวุธ วงษ์สีนิล ผู้บัญชาการ สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และตัวแทนจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมประชุมหารือเพื่อหาแนวทางการเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการโค่นสวนยางพาราและการถูกดำเนินคดีจากการใช้ประโยชน์ที่ดินเอกชน รวมถึงที่ ส.ป.ก.
นายไมตรี จงไกรรักษ์ แกนนำคณะทำงานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พี-มูฟ) เปิดเผยในที่ประชุมว่า จากนโยบายการโค่นต้นยางพาราของรัฐบาลประมาณ 4.5 ล้านไร่ ได้ส่งผล
กระทบต่อเกษตรกรทำสวนยางทั่วประเทศมากกว่า 1.5 ล้านคน
“อยากเสนอแนะให้รัฐบาลช่วยเหลือทุกคนที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่เดิม นอกจากนี้ ยังมองว่านโยบายส่งเสริมการโค่นต้นยางพาราทั่วประเทศนั้น อาจทำให้เกิดความขัดแย้งต่อประเทศได้” นายไมตรี กล่าว
ด้าน พล.ต.เรืองศักดิ์ สุวรรณนาคะ รองแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง พล.ต.อัษฎา แสงฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.ตรัง นายบุญเจือ สมทิพย์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง และคณะ เข้าตรวจสอบสต๊อกยางคงเหลือของบริษัท ตามโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน รักษาเสถียรภาพราคายางพารา
พล.ต.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบครั้งนี้ดำเนินการตรวจ 6 จังหวัด นำร่องที่ จ.ตรัง ซึ่งพบว่ามีสต๊อกยางแผ่นรมควันและยางแผ่นดิบในเตาและนอกเตา จำนวน 44,900.50 กิโลกรัม สต๊อกยางลูกขุนรวม 466 ก้อน จำนวน 51,694.34 กิโลกรัม แต่ในส่วนของความผิดปกติกับการตรวจนั้นยังไม่ได้รับรายงานทั้งหมด







