posttoday
เมอร์สขย่มศก.

เมอร์สขย่มศก.

19 มิถุนายน 2558

ห่วงเศรษฐกิจติดเชื้อเมอร์ส ฉุดท่องเที่ยว-บริโภคหด ทุบจีดีพีลงอีก เตือนรัฐคุมให้อยู่

ห่วงเศรษฐกิจติดเชื้อเมอร์ส ฉุดท่องเที่ยว-บริโภคหด ทุบจีดีพีลงอีก เตือนรัฐคุมให้อยู่

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยสายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากการพบผู้ติดเชื้อเมอร์สในไทยแล้ว หากรัฐควบคุมไม่อยู่และโรคนี้ระบาดเข้าไปในประเทศจีน อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นธุรกิจเดียวที่พยุงเศรษฐกิจไทยไว้ในขณะนี้ให้ถดถอย และจะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้ขยายตัวต่ำเกินคาดได้

ทั้งนี้ หากเทียบการระบาดของโรคซาร์สและไข้หวัดหมูที่เคยระบาดในจีน การระบาดของโรคเมอร์สครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่า เนื่องจากช่วงระบาดของซาร์สและไข้หวัดหมู นักท่องเที่ยวจีนและฮ่องกงหายไป แต่มีนักท่องเที่ยวจากยุโรปและประเทศอื่นมาทดแทน แต่ขณะนี้นักท่องเที่ยวทั่วโลกหายไปจากเศรษฐกิจโลกตกต่ำ มีเพียงนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเพิ่มทดแทน

“นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มเดียวที่เข้ามาในไทยมากที่สุด หากควบคุมโรคไม่ได้ จะไม่ได้ลามแค่การท่องเที่ยว แต่การบริโภคและจับจ่ายใช้สอยของครัวเรือนจะลดลงทันที ซึ่งเป็นผลทางจิตวิทยา ทำให้เศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวอยู่ดูแย่ลงไปอีก” นายอมรเทพ กล่าว

นายวิชิต ประกอบโกศล ประธานบริษัท ซีซีที บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ที่ทำตลาดจีน กล่าวว่า เมื่อพบคนติดเชื้อเมอร์สในไทยแล้ว ภาครัฐต้องเร่งกักตัวบุคคลที่อยู่ใกล้ชิด และเพิ่มความเข้มข้นการตรวจคนเข้าเมือง หากไม่มีคนติดเชื้อเพิ่มก็คงไม่กระทบท่องเที่ยว

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ระบุว่า นักลงทุนกังวลการระบาดเมอร์สในไทย หากภาคท่องเที่ยวโดนกระทบ จะทำให้จีดีพีชะลอตัวลงอีก โดยเมื่อวานนี้หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวปรับลดลงแรง เช่น หุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย ปิดที่ 307 บาท ลดลง 10 บาท บริษัท การบินไทย ปิดที่ 13.20 บาท ลดลง 0.10 บาท บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปิดที่ 30 บาท ลดลง 0.50 บาท

ด้านกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้แถลงยืนยันผลการตรวจเมื่อค่ำวันที่ 18 มิ.ย. โดย ศ.นพ.รัชตะรัชตะนาวิน รมว.สธ. ระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชาวตะวันออกกลางเดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. และเข้ารักษาโรคหัวใจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จากนั้นได้ส่งเชื้อไปตรวจ 2 รอบ จนผลปรากฏว่าติดเชื้อเมอร์ส ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร และจะติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมด 59 คน เช่น ญาติผู้ป่วย 3 คน ผู้ที่ร่วมนั่งเครื่องบินแถวหน้า-หลังติดกัน ลูกเรือ เจ้าหน้าที่แพทย์-พยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน คนขับแท็กซี่ 2 คน

แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ป่วยชาวโอมานรายนี้มีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. และมีอาการอยู่ในข่ายน่าสงสัยซึ่งมีการตกลงกันว่าจะไม่อนุญาตให้เข้ามารักษาในประเทศ แต่ทำไมรายนี้จึงเข้ามาได้และยังนั่งแท็กซี่ถึง 2 ครั้ง ซึ่งมีโอกาสที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายมากกว่ายอดที่มีการเฝ้าระวัง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI