
ชงคุมดอกโหด
ยุติธรรมเสนอแก้เพิ่มโทษ พ.ร.บ.ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ย หลังใช้กฎหมายมานานถึง 83 ปี
ยุติธรรมเสนอแก้เพิ่มโทษ พ.ร.บ.ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ย หลังใช้กฎหมายมานานถึง 83 ปี
นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ เปิดเผยว่า จะเสนอให้ยกเลิก พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 และแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมใหม่เพื่อควบคุมเจ้าหนี้นอกระบบที่มีพฤติกรรมรุนแรง โดยเห็นควรห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่จะเสนอต่อกระทรวงยุติธรรมจะระบุบทลงโทษจำคุกผู้กระทำผิดไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และกลุ่มกระบวนการที่เป็นลักษณะนายทุนจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และหากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า
อย่างไรก็ตาม ที่มาการเสนอแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ มาจากการรับฟังความคิดเห็นต่อ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ที่บังคับใช้มานานกว่า 83 ปีแล้ว ไม่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์
นางสุวณา กล่าวว่า เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่กำหนดว่า ดอกเบี้ยให้หมายถึงค่าธรรมเนียมและค่าบริการที่เรียกเก็บด้วย เพราะที่ผ่านมาธุรกิจประเภทบัตรเครดิต ไฟแนนซ์ หรือหนี้ในระบบ มักมีการใช้ถ้อยคำอื่นทำให้เข้าใจว่าไม่ใช่ดอกเบี้ย
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้จะนัดประชุมเพื่อฟังความคิดเห็นอีกครั้ง ก่อนเสนอให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาและเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจเช่าซื้อคงไม่ได้รับผลกระทบอะไร เพราะที่ผ่านมาไม่ได้คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และถ้าเป็นธนาคารพาณิชย์ก็ยังมีธนาคารแห่งประเทศไทยคอยกำกับดูแลอีกชั้นด้วย
“เรื่องนี้คงมีผลกระทบต่อผู้ที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบมากกว่า ซึ่งหน่วยงานรัฐคงต้องการทำให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องมีข้ออ้างในการคิดค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมอีก” นายอนุชาติ กล่าว







