
โจ๋ปัดยิงนศ.รังสิตชี้เพื่อนที่ถูกจับก่อนหน้าก่อเหตุ
คุมตัววัยรุ่นทำแผนสารภาพปฏิเสธไม่ใช่คนยิงนักศึกษาม.รังสิต ชี้เพื่อนที่ถูกจับก่อนนี้เป็นผู้ลงมือ ตร.ขยายผลพบปืน-จักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ
คุมตัววัยรุ่นทำแผนสารภาพปฏิเสธไม่ใช่คนยิงนักศึกษาม.รังสิต ชี้เพื่อนที่ถูกจับก่อนนี้เป็นผู้ลงมือ ตร.ขยายผลพบปืน-จักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี คุมตัวนายพูลศักดิ์ เสาร์แก้ว ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดียิงนายอาทิตย์ สายสล้าง นักฟุตบอล นักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต เสียชีวิต ตามคำให้การของนายวีระ หรือ เต๋า ศรีผ่อง อายุ 22 ปี 1ใน 3 ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ไปก่อนหน้านี้ หลังถูกกดดันจากการสืบสวนติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่ผู้ปกครองจะพาเข้ามอบตัว มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิง พร้อมให้การรับสารภาพว่า นายวีระ เพื่อนที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้ตาย จากนั้นได้นำอาวุธปืนขนาดลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ไปซ่อนไว้ที่บ้านรุ่นน้องย่านสายไหม กทม. แล้วหลบหนีไปกบดานที่บ้านญาติ ใน จ.กำแพงเพชร หลังให้การรับสารภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบบ้านพักดังกล่าวกระทั่งพบของกลางเป็นอาวุธปืนขนาดลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
นายพูลศักดิ์ ให้การว่า เป็นรุ่นน้องนายวีระ ได้พากันไปเที่ยวที่ร้านเหล้า กระทั่งนายวีระเข้าห้องน้ำจากนั้นได้ออกมาแจ้งว่ามีเรื่อง พอกลุ่มผู้ตายออกไปจากร้าน จึงได้พากันออกตามไป โดยอาวุธปืนเป็นของนายวีระ ซึ่งเก็บไว้ในเบาะรถจักรยานยนต์กระทั่งไปถึงจุดที่ยิงได้ส่งปืนให้นายวีระ เป็นคนยิงกลุ่มผู้ตาย จากนั้นได้ลงไปชกต่อยกลุ่มผู้ตาย ก่อนจะขับรถหนีออกมา ส่วนนายวีระได้ขับรถจักรยานยนต์นำอาวุธปืนที่ก่อเหตุยิงมาส่งให้กับตน และได้นำไปฝากไว้กับรุ่นน้องที่ย่านสายไหม และหลบหนีไป
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายพูลศักดิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุที่ก่อเหตุยิง นักศึกษา ม.รังสิต จุดที่ 2 เป็นจุดที่ใช้อาวุธมีดฟันกัน และจุดที่หน้าวัดรังสิต นัดมอบเอาอาวุธปืนไปซ่อน และจุดสุดท้ายเป็นจุดที่ภายในร้านอาหาร ซึ่งเป็นจุดต้นเหตุที่เกิดเรื่องเขม่นกัน โดยมีญาติของนายอาทิตย์ และเพื่อนนักศึกษา ที่ทราบข่าวได้มาดูการทำแผน โดยญาติผู้เสียชีวิตได้ร่ำไห้ร้องตะโกนด่าทอผู้ต้องหา
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนส่งตัวดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยใช้อาวุธปืนและร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้อาวุธมีด และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติให้มีอาวุธปืนและไม่มีเหตุอันควร ส่วนนายราเชนทร์ นิทรัพย์ หรือ ฟู อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาอีกคน ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป







