
รัฐบาลชงแก้รธน.7ประเด็นเปิดช่องประชามติพ่วงคำถามอื่น
มติครม.-คสช.เสนอแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 7 ประเด็นกระชับอำนาจใหม่ เปิดช่องประชามติพ่วงคำถามอื่น หากไม่ผ่านตั้งกรรมการร่างรธน.ใหม่-ผุดสภาขับเคลื่อนปฏิรูปแทน สปช.
มติครม.-คสช.เสนอแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 7 ประเด็นกระชับอำนาจใหม่ เปิดช่องประชามติพ่วงคำถามอื่น หากไม่ผ่านตั้งกรรมการร่างรธน.ใหม่-ผุดสภาขับเคลื่อนปฏิรูปแทน สปช.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ส่งร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557) แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558 ไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ตามความในมาตรา 46 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวซึ่งกติกาในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วย 1.ต้องเป็นความเห็นชอบของ ครม และ คสช. 2.จะต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับการแก้ไข เพื่อใช้แทนฉบับเก่าแล้วส่งไป สนช.โดย สนช.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน 3.สนช.มีอำนาจพิจารณาเพียงว่าจะรับหรือไม่รับร่างแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่สามารถปรับเปลี่ยนแปลงได้ ยกเว้นได้รับความเห็นของจากเจ้าของร่างคือ ครม.และ คสช. 4.ความเห็นของ สนช.ต้องมีคะแนนเสียงเกิดกึ่งหนึ่งของทั้งหมดคือ 111 เสียงขึ้นไป จากนั้นให้นายกฯทูลเกล้าฯถวายภายใน 15 วัน คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ก่อนวันที่ 21 หรือ 23 ก.ค. 2558
นายวิษณุ กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเสนอไปยัง สนช.นั้นมีทั้งหมด 7 ประเด็นประกอบด้วย
ประเด็นที่ 1 ให้แก้ไขคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ สนช.จากเดิมที่ระบุว่า ต้องไม่เคยถูกถอดถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ให้เป็นไม่อยู่ในระหว่างการเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง จึงทำให้คนที่เคยถูกเพิกถอนสามารถเข้ามาเป็น สนช.กรรมการอื่น หรือแม้แต่ ครม.ก็ได้
ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล่องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังร่างอยู่ เพราะมองว่า ถ้าใช้คำว่าถูกเพิกถอนสิทธิ์แล้วไม่ให้เข้ามาเป็น สนช.ก็จะเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม ดูจะไม่ค่อยปรองดองเท่าที่ควร
ประเด็นที่ 2 ในตำแหน่งบางตำแหน่งที่ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งปีหนึ่งมีจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เป็นภาระมากเกินไป จึงแก้ไขให้อะไรก็ตามที่ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณนอกจากการถวายสัตย์ฯต่อหน้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังสามารถถวายสัตย์ฯต่อหน้ารัชทายาท หรือผู้แทนพระองค์
ประเด็นที่ 3 ได้มีการขยายเวลาการทำงานให้กรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่ต้องพิจารณาข้อแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม ซึ่งมองว่า เวลาดังกล่าวกระชั้นชิดเกินไป จึงขยายให้อีกไม่เกิน 30 วัน รวมเป็น 90 วัน โดยให้ กมธ.ยกร่างฯ เป็นผู้มีมติว่าจะขยายเวลาหรือไม่ กี่วัน แล้วแจ้งให้สปช.รับทราบ
ประเด็นที่ 4 เมื่อ สปช.เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ต้องมีการนำร่างรัฐธรรมนูญไปทำประชามติ โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กำหนดหลักเกณฑ์ กติกา เงื่อนไข โดยผ่านความเห็นชอบของ สนช. แต่ถ้ามีการขัดขวางการทำประชามติ กตต.ไม่สามารถกำหนดโทษได้ โดยต้องนำ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 มาบังคับใช้ ส่วนจะทำประชามติเมื่อใดนั้น กำหนดให้ต้องมีการแจงจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ์ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ครัวเรือน หรือ ประมาณ 19 ล้านครัวเรือน จากนั้น กตต.จะเป็นผู้กำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ไม่ช้ากว่า 45 วัน ซึ่งคาดว่าจะออกเสียงประชามติได้ในช่วงปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์
“นอกเหนือจากคำถามว่าจะรับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ อาจจะมีการสอบถามประชามติในประเด็นอื่นด้วย โดย สปช.และ สนช. สามารถทำคำถามเข้ามาได้ฝ่ายละ 1 คำถาม จากนั้นให้ส่งมายัง ครม.ถ้า ครม.เห็นชอบ ก็จะให้ กกต.จัดทำประชามติในครั้งเดียวกัน แต่ถ้าผลของประชามติของคำถามอื่นขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ก็กำหนดให้กมธ.ยกร่างฯปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล่องคำถามอื่นภายใน 30 วันและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าสอดคล่องกับประชามติหรือไม่ จากนั้นก็ ส่งมาให้นายกฯทูลเกล้าฯ” นายวิษณุ กล่าว
ประเด็นที่ 5 เมื่อสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.)ได้ลงมติไม่ว่าจะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม เมื่อลงมติเสร็จถือว่าภารกิจเสร็จสิ้นลงแล้ว ก็ให้ยุบสปช.พร้อมให้ตั้ง“สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ” มีสมาชิกไม่เกิน 200 คน นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้ง โดยไม่ต้องนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งเคยเป็นสปช.ชุดเดิมก็ไม่ขัดข้อง ทำหน้าที่เสนอแนะการปฏิรูปเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญอีก โดยอายุของสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ จะมีอายุตามที่รัฐธรรมนูญฉบับระบุ
ประเด็นที่ 6 ถ้ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คน สิ้นสุดลงไม่ว่ากรณีใด ก็ให้ตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน ประกอบด้วย ประธาน 1 คน กรรมการ 20 คน ซึ่งอาจตั้งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญคนเดิมได้ด้วย เพื่อมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรับฟังความเห็นประชาชนภายใน 180 วัน เมื่อร่างเสร็จก็ให้ทำประชามติอีกครั้ง ทั้งนี้ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ
ก็อาจจะมีการหยิบยกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมา
ประเด็นที่ 7 แก้ไขถ้อยคำภาษา เลขมาตราที่เคลื่อน ทั้งนี้ คาดว่าจะส่งให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณาภาย 1-2 วัน โดยที่สนช.ไม่สามารถปรับแก้ร่างนี้ได้ เพียงแค่เสนอแนะตั้งข้อสังเกตได้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมนี้ ยังคงมี 48 มาตราซึ่งมาตรา 44 ก็ยังมีอยู่
เมื่อถามว่า การเปิดให้ถามคำถามอื่นได้ควบคู่กับการทำประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หมายถึงคำถามที่ว่าจะคสช.และรัฐบาลอยู่ต่อ 2 ปีด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ อาจเป็นคำถามอื่นด้วยก็ได้ ซึ่งประเด็นถามให้อยู่ต่อ 2 ปีหรือไม่ก็ถามได้ แต่ทั้งนี้คำถามนี้ต้องผ่านด่านสปช.และสนช.ให้ได้ก่อน เพราะต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง
เมื่อผ่านแล้วก็ต้องมาผ่านด่านครม.ให้ได้ด้วย ซึ่งครม.จะไปดันแปลงคำถามหรือถามด้วยก็ไม่ได้ ครม.ดูแค่ว่ามาถูกกาลเทศะหรือไม่ในภาวะที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ซึ่งในเมื่อจะเสีย 3 พันล้านบาทแล้วก็ต้องให้คุ้ม เมื่อถามว่า หากเป็นคำถามต่ออายุรัฐบาลจริง จะเป็นเรื่องผลทับซ้อนของครม.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็อาจจะมองอย่างนั้นได้ แต่ขึ้นอยู่กับการตั้งคำถาม ถามเป็นหรือไม่ เมื่อถามว่า การทำประชามติถามเรื่องนิรโทษกรรมได้ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า รวมถึงการถามประชามติเรื่งนิรโทษกรรมเป็นต้น
เมื่อถามว่า หากการทำประชามติครั้งที่ 2 ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ตั้งขึ้นมาใหม่ 21 คน ไม่ผ่านอีกจะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่าเรื่องนี้ในที่ประชุมครม.และคสช.มีการสอบถามเหมือนกัน ตรงนี้คงจะไม่มีการตั้งกมธ.ยกร่างฯใหม่ แล้วทำประชามติอีก แต่อาจะหยิบยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมา อย่างรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 มาปรับใช้ แต่เวลานี้คงไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดตอนนี้ เพราะผลยังไม่ออกมา







