posttoday
การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (15)

การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (15)

09 มิถุนายน 2558

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

สส.หญิงพรรคแรงงานที่มีส่วนสำคัญในการปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ คือ กวินเนธ ดันวูดีย์ (Mrs. Gwyneth Dunwoody) ภริยาของ สส.จอห์น ดันวูดีย์ ซึ่งเป็น สส.ในช่วง พ.ศ. 2509-2513 และตั้งแต่ พ.ศ. 2517 เรื่อยมา ต่อมาเธอยังได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนของสภาผู้แทนราษฎรยุโรป ในช่วง พ.ศ. 2518-2522

ในทัศนะของกวินเนธ ดันวูดีย์ เธอไม่เห็นด้วยที่มีการแบ่งฝ่ายเป็นพวกชอบเรื่องการทำแท้งกับพวกที่ไม่ชอบ เพราะแท้จริงแล้วไม่มีใครชอบเรื่องทำแท้ง หากเป็นเรื่องระหว่างความไม่ชอบกับความจำเป็นต้องทำ เธอเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎหมายอนุญาตให้ทำแท้ง เพราะในฐานะภรรยาของแพทย์ เธอเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนมีการปฏิรูปกฎหมาย ขณะนั้นมีประชาชนที่บางครั้งพูดราวกับว่าไม่มีการทำแท้งในประเทศอังกฤษ ความจริงมีและมีเรื่องน่าสยดสยองเกิดขึ้นไม่น้อย ที่จริงก่อนที่เธอจะแต่งงานและเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลกับสามี เธอก็ไม่ใคร่รู้เรื่องอะไร เพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องซ่อนเร้น ก่อนปฏิรูปกฎหมายมีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องทำเรื่องร้ายกับตนเอง เพียงเพราะพวกเธอไม่มีเงินที่จะเลี้ยงดูลูก บางคนเสียชีวิต บางคนต้องเป็นหมันไปตลอดชีวิต

สส.กวินเนธ ดันวูดีย์ เห็นว่าจำเป็นต้องให้การทำแท้งเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และมีการจัดการอย่างถูกต้อง โดยหญิงที่ทุกข์ร้อนจากปัญหานี้ส่วนมากเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่จริงถ้าพวกเธอมีเงินมากพอก็สามารถหลบเลี่ยงกฎหมายได้ เธอเห็นว่าจะต้องมีระบบที่ดูแลเรื่องการทำแท้งอย่างถูกต้องเหมาะสม อยู่ในระบบบริการสุขภาพของประเทศ มีการพิจารณาปัญหาสุขภาพอย่างเหมาะสม และไม่เป็นการทำแท้งเสรี

เธอรู้สึกหงุดหงิดเสมอ เมื่อบางคนพูดว่า “โอ ตอนนี้มันกำลังจะกลายเป็นการทำแท้งเสรีไปแล้ว” ซึ่งเธอเห็นว่าไม่จริงเลย แน่นอนว่าไม่มีใครตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น ใครก็ตามที่ได้ศึกษาคำอภิปรายในสภาระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายนี้จะทราบดี ว่าจะต้องมีข้อพิจารณาเสมอเมื่อมีการขอทำแท้ง ไม่ใช่ใครต้องการทำแท้งก็จะทำได้เลย จะต้องมีการปรึกษาหารือว่าควรทำหรือไม่

ผู้หญิงที่เข้าร่วมการรณรงค์ส่วนใหญ่ทำหน้าที่ทั้งด้านบริหารจัดการและเป็นคนลงมือทำงานเอง ในพรรคแรงงาน ทุกคนชัดเจนว่าเพราะพรรคมีมติให้ลงคะแนนโดยอิสระ จึงต้องรู้ว่า สส.แต่ละคนคิดอย่างไร เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมาก ในช่วงเวลาที่ต้องทำงานอย่างหนักนั้น แน่นอนว่าในพรรคแรงงานมีกลุ่มความเห็นที่หลากหลาย เป็นเรื่องน่าขันที่มีคนพูดว่า พวกที่คัดค้านเพราะถูกจูงจมูกจากในพรรค แท้จริงแล้ว แรงกดดันต่างๆ โดยมากมาจากนอกสภา ผู้หญิงที่ทำงานรณรงค์เพื่อการปฏิรูปกฎหมายเวลานั้นทำงานอย่างแข็งขันและอย่างเป็นระบบ มีการแบ่งบทบาทหน้าที่เพื่อไปคุยกับ สส.แต่ละคน เพื่อให้มั่นใจในเสียงสนับสนุนให้มีเพียงพอ

แน่นอนว่า ระหว่างการอภิปรายในสภามีการใช้ถ้อยคำรุนแรง ทำให้รู้ว่าแต่ละคนคิดอย่างไร มีอคติแค่ไหน บางรายแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง บางคนแสดงทัศนะทางลบต่อสตรี แรงจูงใจแต่ละคนมีลักษณะอัตวิสัยโดยเป็นทัศนะที่ผสมกันระหว่างเรื่องเพศกับเรื่องศีลธรรม ทัศนคติของบางคนมิได้ถูกกำหนดโดยข้อเท็จจริง บางคนแสดงตัวเลขทางสถิติซึ่งแท้จริงไม่เรียกว่าสถิติ และถ้ามีการโต้แย้งด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง ก็จะถูกกระหน่ำกลับ เพราะบางคนจะไม่พิจารณาว่าอะไรจริงไม่จริง แต่จะตีความเพื่อเอาไปอ้างสนับสนุนความคิดเห็นของตัวมากกว่าขณะรณรงค์ต่อสู้ มีปัญหามากมายที่ขบวนการรณรงค์ปฏิรูปกฎหมายต้องต่อสู้ฟันฝ่า แต่โดยภาพรวมแล้วต้องถือว่าร่างกฎหมายได้มีการอภิปรายอย่างเหมาะสมในทุกแง่มุม ข้อสำคัญคือมีเวลาอย่างเพียงพอ แน่นอนว่ามีปัญหาที่หาข้อยุติไม่ได้จำนวนมาก แต่ในที่สุดก็หาทางออกจนได้ แม้บางคนจะเจ็บปวดและเจ็บแค้นจากการอภิปรายโต้แย้งที่รุนแรงนั้น จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบางคนเสื่อมเสียไป ถ้อยคำรุนแรงมาจากทั้งสองฝ่าย ที่จริงเธอไม่รู้สึกอะไรที่มีบางคนพูดตรงๆ ว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับคุณเลย และก็จะไม่ยกมือสนับสนุน” แต่เธอไม่เห็นด้วยเลยที่มี สส.ในพรรคแรงงานบางคนที่ขัดขวางไม่ให้สิทธิเธออภิปรายต่อ

ร่างสุดท้ายที่ออกมาเป็นกฎหมายเป็นผลจากการประนีประนอมในหลายเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างต้องการอย่างแรงกล้าให้กำหนดไว้ในกฎหมาย แต่ผลที่สุดก็ลงเอยที่การประนีประนอม แต่มีผลทำให้กฎหมายสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาได้ดี ที่สำคัญคือสามารถแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้อย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะคือการแก้ปัญหาสุขภาพของผู้หญิงจำนวนมาก นับเป็นกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงสถานภาพของสตรีให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ข้อสำคัญคือก่อนปฏิรูปกฎหมาย ผู้หญิงที่ตั้งท้องต้องทนอุ้มท้องและคลอด โดยผลที่สุดอาจจำใจต้องยกลูกให้เป็นลูกบุญธรรมของคนอื่น หรือไม่เช่นนั้นก็ทิ้งลูกไป หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องแบกภาระเลี้ยงดูลูกจำนวนมาก ทำให้มีครอบครัวจำนวนไม่น้อยที่ฐานะยากจน แต่ต้องเลี้ยงดูลูกถึง 13-14 คน ตรงกันข้าม ผู้หญิงจำนวนมากเลือกทำแท้งผิดกฎหมาย โดยแบกรับความเสี่ยงทั้งหมด บัดนี้ภาพเช่นนั้นไม่มีอีกแล้วในประเทศอังกฤษ

กวินเนธ ดันวูดีย์ เป็นนักการเมืองหญิงที่มีประวัติการต่อสู้อันโชกโชน กวินเนธได้รับเลือกตั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 และได้รับเลือกตั้งต่อมาทุกสมัยจนถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2541 ขณะมีอายุได้ 78 ปี

กวินเนธ ดันวูดีย์ เป็น สส.หญิงที่มีบทบาทสูงในพรรคแรงงานในช่วงที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้รับมอบหมายให้เป็นรัฐมนตรีเงาในสองกระทรวง คือ กระทรวงคมนาคมในสมัยที่ นีล คินน็อค เป็นหัวหน้าพรรค และกระทรวงสาธารณสุขในสมัยที่ ไมเคิล ฟุต เป็นหัวหน้าพรรค กวินเนธ ดันวูดีย์ มีชื่อเสียงว่าเป็น สส.ที่ดุดัน อิสระ ฉลาด ยืนหยัด มั่นคงในความเห็น และทำงานหนัก

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค