
แจงขัดแย้งไม่กระทบปุ้มปุ้ย
“สุรินทร์” นักธุรกิจชื่อดังเมืองตรังแจงขัดแย้งในตระกูล “โตทับเที่ยง” ไม่ส่งผลกระทบกลุ่มธุรกิจปุ้มปุ้ย
“สุรินทร์” นักธุรกิจชื่อดังเมืองตรังแจงขัดแย้งในตระกูล “โตทับเที่ยง” ไม่ส่งผลกระทบกลุ่มธุรกิจปุ้มปุ้ย
นายสุรินทร์ โตทับเที่ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล ธุรกิจในเครือปุ้มปุ้ยปลายิ้ม เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตระกูลโตทับเที่ยงไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของกิจการต่างๆ ธุรกิจในเครือปุ้มปุ้ยปลายิ้ม โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา จะจัดประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 ก.ค.ที่บริษัทสำนักงานกรุงเทพมหานคร โดยจะมีการขออนุมัติโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคาร และการแปลงหนี้เป็นทุนต่อที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น
นายสุรินทร์ กล่าวว่า จากการที่บริษัทได้ถูกกำหนดให้อยู่ในกลุ่ม เอสพี และ นอน เพอร์ฟอร์มิง กรุ๊ป (เอ็นพีจี) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี ทำให้ไม่สามารถเข้ากระดานซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เป็นผลให้ผู้ถือหุ้นทุกคนไม่ได้รับประโยชน์จากการถือหุ้นของบริษัทเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน
อย่างไรก็ตาม หากที่ประชุมใหญ่วิสามัญของผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติปรับโครงสร้างหนี้ แปลงหนี้เป็นทุนของบริษัทในครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีส่วนทุนเป็นบวก เมื่อผนวกกับผลประกอบการบริษัทจะมีกำไรถึง 4 ไตรมาสติดต่อกันรอเพียงผลประกอบการของไตรมาส 2 ของปีนี้ซึ่งจะทำให้บริษัทมีปัจจัยเพียงพอตามเงื่อนไขที่จะขอออกจากกลุ่มเอ็นพีจีตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จะส่งผลให้ผู้ถือหุ้นทุกคนได้รับประโยชน์ที่บริษัทสามารถกลับเข้าไปในกระดานซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้อีกครั้ง
นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. 2557 ทีมผู้บริหารชุดใหม่ได้เข้ามาบริหารงาน ทำให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีขึ้นเป็นลำดับ จากข้อมูลที่ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2557 จนถึงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยเฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้มีผลกำไรสุทธิ 7.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2557 มีผลขาดทุนสุทธิรวม 10.03 ล้านบาท และคาดว่าตลอดปีนี้บริษัทจะมียอดขายและผลประกอบการที่ดีขึ้น
“ผลประกอบการที่ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าปัญหาความขัดแย้งในตระกูลโตทับเที่ยงไม่ได้มีผลต่อการบริหาร รวมถึงการสร้างยอดขายและผลกำไรของบริษัท พนักงานบริษัทยังมีขวัญและกำลังใจทำงานร่วมกับบริษัทเพื่อสร้างความเจริญเติบโตร่วมกันต่อไป”







