
รวบมือปืนดัง “อ๊อด ป่าพะยอม”
ยิงถล่มบ้าน “ไพโรจน์” นายกเล็กเขาชุมทองแต่พลาด
ยิงถล่มบ้าน “ไพโรจน์” นายกเล็กเขาชุมทองแต่พลาด
พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.สุทัศน์ ชาญสวัสดิ์ รอง ผบก. พ.ต.อ.สุวรรณ ขุนทองจันทร์ รอง ผบก. พ.ต.อ.ปวร พรพรหมมา ผกก.สส. พ.ต.ท.โชคดี ศรีเมือง รอง ผกก.สส.บก.ภ.นครศรีธรรมราช แถลงผลจับกุม นายสมพร สุดแป้น หรือ “อ๊อด ป่าพะยอม” อายุ 33 ปี อยู่ 198/2 ม.4 ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ซึ่งถูกกล่าวหาเป็นมือปืนรับจ้างชื่อดังในซุ้มป่าพะยอม จ.พัทลุง และได้ถูกออกหมายจับในคดีร่วมกันยิงถล่มบ้านพักของนายไพโรจน์ อำนักมณี นายกเทศมนตรีตำบลเขาชุมทอง ซึ่งอยู่ในระหว่างการเตรียมการเลือกตั้งครั้งใหม่ ส่งผลให้นางจำเนียร อำนักมณี อายุ 49 ปี ภรรยาของนายไพโรจน์เสียชีวิต
นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 3 รายคือ ด.ญ.นิชาภัทร สังขาร อายุ 7 ขวบ รายต่อมาคือ นายชรินทร์ ทองทิพย์ อายุ 41 ปี มีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเขาชุมทอง และนายเสวียน เรืองนาค อายุ 47 ปี มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ญาติสนิทของนายกเทศมนตรีตำบลเขาชุมทอง ส่วนตัวนายไพโรจน์ อำนักมณี นายกเทศมนตรีตำบลเขาชุมทอง รอดอย่างหวุดหวิดเนื่องจากคลาดกับคนร้ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.ปวร พรพรหมมา ผกก.สส.บก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้ติดตามสืบสวนหาตัวนายสมพร สุดแป้น หลักจากที่รวบรวมพยานหลักฐานและนำไปสู่การออกหมายจับกุม ซึ่งพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ยิงถล่มได้ยืนยันชัดเจนว่า 1 ในจำนวนคนร้ายที่ลงมาจากรถกระบะก่อเหตุยิงถล่มคือนายสมพร โดยเป็นคนเดินนำหน้าทีมมือปืนอีก 2 คนนายสมพรได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาว จนกระทั่งศาลได้ออกหมายจับเจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนจนพบว่าก่อนหน้านี้นายสมพรถูกจับในข้อหาพกพาอาวุธปืนพร้อมด้วยพวกอีก 3 คนและอยู่ในระหว่างการประกันตัว
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เข้าประสานกับพนักงานสอบสวน สภ.เชียรใหญ่ให้โทรศัพท์ติดต่อกับนายสมพรให้มาพบเพื่อประสานงานเรื่องคดีที่ถูกจับนายสมพรหลงเชื่อเจ้าหน้าที่จึงเดินทางมาจาก อ.ป่าพะยอม มาพบเจ้าหน้าที่เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับกุมและทำการจับกุมตัวทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าพูดคุยกับนายสมพรนั้นได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ได้ขอถอนประกันตัวกับศาลเพื่อสอบสวนในเชิงลึกต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.ปวร พรพรหมมา ผกก.สส.บก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการสืบสวนในคดีนี้รู้ตัวมือปืนแล้ว 2 รายนายสมพรเป็น 1 ใน 2 ที่ก่อเหตุโดยใช้อาวุธปืนลูกซองยาว โดยมีวงเงินค่าจ้าง 3.5 แสนบาทมีการเบิกจ่ายแล้ว 2 แสนบาทแต่งานยังไม่สำเร็จคงเหลืออีก 1.5 แสนบาท ซึ่งขณะนี้กลุ่มมือที่เหลือยังวนเวียนที่จะสังหารนายไพโรจน์ อำนักมณี ให้ได้ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด







