posttoday
‘อุ๋ย’ โละข้าวเน่า 12 ล้านตัน

‘อุ๋ย’ โละข้าวเน่า 12 ล้านตัน

06 มิถุนายน 2558

นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 แต่ภารกิจสำคัญของ คสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการจัดการมรดกข้าวสารค้างสต๊อก 18 ล้านตัน ยังคงไม่ลุล่วง ขณะที่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล คสช.ระบายข้าวสารโดยวิธีการเปิดประมูล 6 ครั้ง และระบายข้าวออกไปได้แล้ว 2.01 ล้านตัน

ยังเหลือข้าวเก่าที่ค้างสต๊อกรัฐสูงถึง 16 ล้านตัน  

“ข้าวค้างสต๊อก 16 ล้านตันที่เหลืออยู่เป็นข้าวคุณภาพดีที่ผ่านมาตรฐาน 2.6 ล้านตัน ซึ่งจะนำมาเปิดประมูลข้าวเป็นการทั่วไป 2 ครั้ง ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 13 ล้านตัน เป็นข้าวไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่งมีทั้งข้าวเกรดเอ เกรดบี และเกรดปะปนกันไป ซึ่งหากคัดแยกข้าวเกรดต่างๆ ออกมาจะมีค่าใช้จ่ายสูง จึงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาข้อสรุปในเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ว่าจะระบายข้าวส่วนนี้อย่างไร จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พิจารณาอนุมัติต่อไป” ดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุ

ล่าสุดกรมการค้าต่างประเทศจะเปิดประมูลข้าวทั่วไปรอบใหม่ 1.06 ล้านตัน มูลค่าฟลอร์ไพรซ์ 1.03 หมื่นล้านบาท จากข้าวคุณภาพดีผ่านมาตรฐานทั้งหมด 2.6 ล้านตัน โดยเปิดให้เอกชนยื่นซองคุณสมบัติวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ก่อนประกาศรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติในวันที่ 16 มิ.ย.และเปิดให้ยื่นซองราคาต่อไป

“เชื่อว่าการประมูลรอบนี้จะได้รับความสนใจจากเอกชน เนื่องจากผลผลิตข้าวนาปรังออกสู่ตลาดน้อย หรือแทบจะหมดแล้ว และยังมีเรื่องภัยแล้งที่ทำให้ผลผลิตข้าวเสียหาย ตลาดจึงมีความต้องการข้าวมากในช่วงนี้ ขณะที่ข้าวที่นำออกประมูลเป็นข้าวขาว 5% กว่า 8 แสนตัน ซึ่งเป็นข้าวที่ตลาดต้องการ ส่วนทิศทางราคาข้าวจากนี้ไปน่าจะปรับเพิ่มขึ้น เพราะราคาข้าวผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้ว” ดวงพร ประเมิน

ส่วนการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ระหว่างกรมการค้าต่างประเทศ และบริษัท คอฟโก้ ซึ่งมีสัญญาซื้อขายข้าว 1 ล้านตัน ที่ทำไว้ในรัฐบาลชุดที่แล้ว และมีการส่งมอบไปแล้ว 4 แสนตัน ส่วนสัญญาซื้อขายข้าวใหม่ 2 ล้านตัน ในช่วงปี 2558-2559 แบ่งเป็นข้าวใหม่ 1 ล้านตัน และข้าวเก่า 1 ล้านตันนั้น จะทำให้ไทยมีช่องทางระบายข้าวอีก 2.6 ล้านตัน 

ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางลดสต๊อกข้าวรัฐที่มีอยู่ 17 ล้านตัน เพราะเป็นปัจจัยที่กดราคาข้าวในตลาดโลกไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น

“สต๊อกข้าว 17 ล้านตัน เป็นข้าวเกรดเอและบีที่ขายออกได้ราว 4 ล้านตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะทยอยหาจังหวะขายออกไป ส่วนอีก 2 ล้านตันเป็นข้าวเน่าที่ใช้ทำอะไรไม่ได้แล้ว แม้แต่อาหารสัตว์ และที่เหลือเป็นข้าวที่เริ่มเสีย 10 ล้านตัน ตอนนี้กำลังคิดว่าจะนำข้าวเสียและข้าวที่เริ่มเสียรวม 12 ล้านตันนี้ไปทำอะไร และที่มองไว้ คือนำไปทำเอทานอล ซึ่งได้ราคาดีกว่าราคาข้าวเสียที่เอกชนเคยเสนอซื้อที่ 5 บาท/กิโลกรัม โดยขอเวลาคิด 1 เดือน คิดออกแล้วจะประกาศเลย และถ้าลดตรงนี้ได้มันจะช่วยปลดล็อกราคาข้าวได้” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุว่า ขณะนี้ข้าวเปลือกเหนียวและข้าวเปลือกหอมมะลิยังมีราคาที่ดี คือ 1.2-1.24 หมื่นบาท/ตัน แต่ข้าวเปลือกเจ้าราคายังต่ำ โดยราคาอยู่ที่ 7,500-8,000 บาท/ตัน ซึ่งโจทย์ของรัฐบาลคือจะทำให้ราคาข้าวเปลือกเจ้าเพิ่มอีก 1,000 บาท/ตัน

อย่างไรก็ดี สำหรับแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยที่มีสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก หลังตัวเลขส่งออกข้าว 4 เดือนแรกของปี (ม.ค.-เม.ย.) พบว่าอินเดียกลับมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ที่ปริมาณ 2.87 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 32.11% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนไทยตกลงมาอยู่อันดับ 2 ส่งออก 2.82 ล้านตัน ลดลง 3.98% อันดับ 3 คือ ปากีสถาน ที่ส่งออกข้าว 1.72 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 32.09% และอันดับที่ 4 เวียดนาม ส่งออกข้าว 1.7 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.71%

โดยประเด็นดังกล่าว ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มองว่า ไตรมาสแรกอินเดียและปากีสถานส่งออกข้าวได้มาก เนื่องจากราคาต่ำกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะข้าวไทยที่มีราคาสูงกว่าคู่แข่งอื่นๆ มาก แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังไทยและเวียดนามจะส่งออกข้าวได้มากขึ้น เนื่องจากอินเดียเจอสถานการณ์ภัยแล้งอย่างหนัก ซึ่งอาจทำให้อินเดียเปลี่ยนนโยบายส่งออกข้าว

“ราคาข้าวต่ำสุดแล้ว และมีแนวโน้มสูงขึ้น ดังนั้นในแง่ราคา ราคาข้าวไทยจะไม่ต่ำกว่านี้ ส่วนในแง่ปริมาณคาดว่าปีนี้ไทยจะส่งออกข้าวได้ 9-10 ล้านตัน แต่ต้องรอลุ้นสถานการณ์ของอินเดียด้วย” ชูเกียรติ กล่าว

ขณะที่ สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า จะเสนอให้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศให้ชาวนา 22 จังหวัด ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเลื่อนทำนาออกไปเป็นกลางเดือน ก.ค.นี้ ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนหลักๆ มีน้อย ขณะที่ล่าสุดมีการสำรวจพบว่ามีการปลูกข้าวนาปี 2558/2559 ในพื้นที่ดังกล่าว 2 ล้านไร่ จากปกติที่มีการปลูกประมาณ 20 ล้านไร่

ต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะโละข้าวเน่า 12 ล้านตันให้ใคร ราคาเท่าใด และจะทำให้ราคาข้าวโดยรวมขยับขึ้นหรือไม่

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย