posttoday
สนช.เห็นชอบกม.เครื่องสำอางห้ามโม้เว่อร์

สนช.เห็นชอบกม.เครื่องสำอางห้ามโม้เว่อร์

05 มิถุนายน 2558

สนช.เห็นชอบกม.เครื่องสำอาง คุมเข้มห้ามโฆษณาเกินจริง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกและปรับเงิน

สนช.เห็นชอบกม.เครื่องสำอาง คุมเข้มห้ามโฆษณาเกินจริง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกและปรับเงิน
           
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 156 เสียงเห็นชอบให้ร่างพ.ร.บ.เครื่องสำอาง ได้รับการประกาศใช้ให้เป็นกฎหมาย
           
สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.นี้ คือ การกำหนดให้ผู้ใดประสงค์จะผลิตเพื่อขาย หรือนำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ต้องแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อผู้รับจดแจ้ง และเมื่อรับผู้รับจดแจ้งออกใบรับจดแจ้งแล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางนั้นได้ ซึ่งผู้รับจดแจ้งตามกฎหมายฉบับนี้หมายถึงเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)หรือผู้ซึ่งเลขาธิการอย.มอบหมาย
           
นอกจากนี้ ในมาตรา 41 การโฆษณาเครื่องสำอางต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ได้แก่ 1.ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง 2.ข้อความที่จะก่อให้เกิดความใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะกระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม 3.ข้อความที่แสดงสรรพคุณที่เป็นการรักษาโรคหรือที่มิใช่จุดมุ่งหมายเป็นเครื่องสำอาง

4.ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม 5.ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย 6.ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน และ 7.ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           
ขณะที่ การอภิปรายของสมาชิกสนช. ปรากฏว่าได้มีการท้วงติงถึงการแก้ไขเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสนช.เป็นประธาน จำนวนมาก นำโดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นายตวง อันทะไชย และ คุณพรทิพย์ จาละ

ทั้งนี้ สมาชิกสนช.กลุ่มนี้ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการแก้ไขในมาตรา 4 ว่าด้วยการกำหนดนิยามของคำว่าผู้จดแจ้ง ซึ่งคณะกมธ.ได้แก้ไขด้วยการกำหนดว่า "ผู้จดแจ้ง หมายความว่า ผู้ได้รับใบรับจดแจ้งการผลิตเพื่อขาย หรือการนำเข้าเพื่อขายเครื่องสำอางตามพ.ร.บ.นี้" จากเดิมที่กำหนดให้นิยามคำว่าผู้จดแจ้งครอบคลุมถึงผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางด้วย อาจมีผลให้ผู้บริโภคไม่ได้รับการคุ้มครองและเอาผิดผู้ที่ผลิตเครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพ จึงเห็นควรให้คงนิยามคำว่าผู้จดแจ้งเอาไว้ตามเดิม ซึ่งที่สุดแล้วที่ประชุมสนช.เสียงข้างมากมีมติ 143 เสียงต่อ 14 เสียงให้กำหนดนิยามคำว่าผู้จดแจ้งให้ครอบคลุมถึงผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางตามเดิม   


 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา