
น้ำมันลด : อนาคตซาอุ?
วันนี้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) จะเปิดประชุมหารือกันที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย คาดว่าผลการประชุมไม่น่าพลิกโผ โอเปกน่าจะยังคงกำลังการผลิตน้ำมันอยู่เท่าเดิมที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ว่าจะถือว่ามากเกินไปในยุคที่ความต้องการน้ำมันไม่มากพอ และน่าจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงไปอีก
วันนี้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) จะเปิดประชุมหารือกันที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย คาดว่าผลการประชุมไม่น่าพลิกโผ โอเปกน่าจะยังคงกำลังการผลิตน้ำมันอยู่เท่าเดิมที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ว่าจะถือว่ามากเกินไปในยุคที่ความต้องการน้ำมันไม่มากพอ และน่าจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงไปอีก
ดังที่เรียนกันมาหลายครั้งว่า สงครามน้ำมันระหว่างกลุ่มโอเปกและสหรัฐนั้นยังไม่จบ อีกทั้งในขณะนี้หลังจากที่ราคาน้ำมันกระเตื้องขึ้นมาบ้างจากระดับต่ำสุดที่ราวๆ 47 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ราวๆ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็ทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันเชลออยล์ในสหรัฐกลับมามีความหวังที่จะเดินเครื่องการสำรวจและผลิตกันอีก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่โอเปกจะเดินหน้าเกมกดราคาน้ำมันให้ต่ำลงอีกครั้ง
แต่กระนั้นต้องถามว่าแล้วกลุ่มโอเปกไม่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงบ้างหรือไร ก็ต้องตอบว่าได้รับผลกระทบแน่ครับ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศโอเปกส่วนที่ไม่ใช่ประเทศอ่าวเปอร์เซีย ที่ออกมาเรียกร้องให้โอเปกเปลี่ยนนโยบายหันมาลดกำลังการผลิตเพื่อกระตุ้นราคากันบ้าง แต่ทว่าดูเหมือนว่าสำหรับกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปกในบริเวณอ่าวเปอร์เซียนั้นส่วนใหญ่จะเป็นมหาเศรษฐี ถึงแม้ว่าจะกระทบแต่ก็มีสายป่านยาวกว่า
เมื่อวานนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของซาอุดิอาระเบีย ประเทศพี่ใหญ่สุดของกลุ่มโอเปกบ้างแล้ว โดยข้อมูลล่าสุดนั้นพบว่าเริ่มมีกระแสความต้องการที่จะกู้เงินในซาอุดิอาระเบียเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 ทีเดียว
ในขณะเดียวกัน เงินสำรองระหว่างประเทศของราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียก็หดตัวติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 1 เดือน
ตัวเลขเหล่านี้กำลังส่งสัญญาณให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ซาอุดิอาระเบียก็ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงเช่นกัน เพราะน้ำมันก็คือสินค้าส่งออกหลักที่นำรายได้เข้าประเทศ เพียงแต่ทว่าสถานะทางการเงินของซาอุดิอาระเบียนั้นดีเยี่ยม จึงสามารถรับแรงกระแทกจากราคาน้ำมันที่หดตัวลงได้มากกว่า
สวนทางกับอุตสาหกรรมน้ำมันเชลออยล์ในสหรัฐที่ได้รับผลกระทบหนักกว่า เช่น การจ้างงานในอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐนั้นหดตัวลงทันที หลายบริษัทยกเลิกการสำรวจและการขุดเจาะใหม่ๆ ลง บริษัทพลังงานขนาดกลางและเล็กก็ถูกบริษัทขนาดใหญ่ควบรวมกิจการไป
ผลการประชุมของโอเปกพรุ่งนี้จะเป็นเครื่องบ่งบอกครับว่า โอเปกจะลุยในศึกราคาน้ำมันต่อหรือไม่ มีแนวโน้มสูงว่า ลุยชัวร์ๆ ครับ







