
"บิ๊กป้อม"ย้ำรัฐบาลเร่งจัดการมั่นคงทุกด้าน
ประวิตรย้ำรัฐบาลเร่งจัดการมั่นคงทุกด้านตั้งแต่เริ่มเข้าบริหารประเทศ
ประวิตรย้ำรัฐบาลเร่งจัดการมั่นคงทุกด้านตั้งแต่เริ่มเข้าบริหารประเทศ
วันที่ 4 มิ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม ได้แถลงผลงานครบรอบ 1 ปีรัฐบาล ว่า ตั้งแต่ปี 52-53 จนถึงปี 57 ถือว่ามีความขัดแย้งทางการเมือง จนมีการนำอาวุธสงครามมาต่อสู้ กระทั่งมีการเสียชีวิต อีกทั้ง ยังมีการยกคนแต่ละพวกเข้ามาสร้างสถานการณ์ ขนาดทหารไปดูแล ก็ยังมีการใช้อาวุธสงครามเกิดขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ส่วนตัวได้แต่เฝ้าดูสถานการณ์ และถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ตอนนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่า ถ้ายังปล่อยให้เกิดความขัดแย้งต่อไป ประเทศไทยจะเป็นเหมือนตะวันออกกลาง ซีเรีย หรือไม่ แล้วใครจะมาห้ามปราม เพราะรัฐบาลในตอนนั้นเกิดสุญญากาศ มีแต่ทหารเท่านั้นที่จะเข้ามาดูแลประเทศ สุดท้ายพล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องออกมา ถือเป็นบุญของประเทศชาติ และน่าจะเป็นเพราะบารมีของพระสยามเทวาธิราชมาคอยดูแลคุ้มครองประเทศอยู่หรือไม่ ที่ทำให้คนในประเทศไม่ออกมาฆ่ากัน
ในระยะหกเดือนแรกก่อนที่จะมีรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินการทุกเรื่อง คือ งานด้านมั่นคงโดยเฉพาะสร้างความปรองดอง โดยให้กลาโหมดำเนินการส่งทหารลงไปในพื้นที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน อย่าลืมว่านายกรัฐมนตรีได้ทำเรื่องเด่นเรื่องหนึ่ง คือ การเอาเงินออกมาเพื่อช่วยชาวนาเป็นแสนล้าน ให้ชาวนามีเงินทำกิน เพื่อให้ประกอบอาชีพต่อไปถึงทุกวันนี้
สำหรับการแก้ปัญหาด้านความมั่นคง ได้มีการจัดการเรื่องประมงผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาไอยูยู ด้วยการแก้กฎหมายเพื่อให้ครอบคลุม ปัญหานี้ถ้าต่างประเทศไม่รับมาตรฐานของไทย จะเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมาก ส่วนปัญหาการค้ามนุษย์ หรือ โรฮีนจา ทั้งประเทศต้นทาง กลางทาง และปลายทาง จะต้องร่วมกันแก้ไข แต่ประเทศไทยเป็นกลางทาง ฉะนั้นการแก้ปัญหาต้องไปเริ่มต้นทาง ประเทศไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และนี่คือการใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาความมั่นคง เพื่อการปฏิรูประทศ
พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยว่า ส่วนผลงานของกระทรวงทรัพย์ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดิน ผืนป่า ถือว่าเป็นรัฐบาลแรกสามารถยึดที่ดินผิดกฎหมายคืนเป็นแสนไร่ มีแต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นที่ทำได้ ส่วนด้านความมั่นคงรอบประเทศ เช่น ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และเมียนมา โดยอ.สระแก้ว และแม่สอด กำลังจะทำเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนในพื้นที่
อย่างไรก็ดี ทั้ง 4 ประเทศนี้จำเป็นต้องประสานงานติดต่อเพื่อความมั่นคง ต้องช่วยเหลือจุนเจือซึ่งกันและกัน โดยกองอำนวยการรักษาความสงบภายในประเทศ (กอ.รมน.) ต้องดูแลกวดขันโดยเฉพาะยาเสพติดที่จะเข้ามา ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ไม่มีประเทศไหนที่จะขายยาเสพติดได้ดีกว่าประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาสามารถจับผู้ต้องหายาเสพติดได้ 600 คน พบยาเสพติด กว่า 10 ล้านเม็ด นี่คือเฉพาะส่วนของกลาโหม ยังไม่นับในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องสามจังหวัดชายแดนใต้นั้นเริ่มตั้งแต่ปล้นปืน 47 ตอนนี้มีงบประมาณในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาชายแดนใต้พอสมควร ซึ่งต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ ดำรงชีวิตได้ตามที่เขาต้องการอีกด้วย







