
กมธ.ยันลงทุนต้องทำอีไอเอ
กมธ.ยืนยันต้องคงบทบัญญัติการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ในรัฐธรรมนูญ
กมธ.ยืนยันต้องคงบทบัญญัติการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ในรัฐธรรมนูญ
นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า กมธ.ยกร่างฯ ได้ถกเถียงในประเด็นการจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะโครงการที่มีผลกระทบรุนแรงจะต้องจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ซึ่งจะช่วยให้เอกชนออกจากความขัดแย้งและขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปได้ จึงไม่ควรมองว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนทำให้การลงทุนล่าช้า
อย่างไรก็ตาม กมธ.ยกร่างฯ ได้กำหนดให้ประเด็นที่ภาคเอกชนท้วงติงอยู่ในหัวข้อที่จะพิจารณาทบทวนอยู่แล้ว แต่จะพิจารณาข้อเสนอจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประกอบกัน ไม่ใช่ยึดเฉพาะข้อเสนอของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
“มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่อยู่ในภาคเอกชนมาบอกกับผมว่า ข้อเสนอของภาคเอกชนเอนเอียงมากเกินไปไม่ฟังเสียงของคนกลุ่มอื่น นี่เขามาพูดกับผมที่รัฐสภาเอง” นายบัณฑูร กล่าว
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิก สปช. กล่าวว่า จำเป็นต้องบัญญัติการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะการลงทุนที่ไม่ตระหนักถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจะก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรม การลงทุนต้องการความรวดเร็วโดยไม่สนใจผลกระทบที่ตามมาไม่ได้
“ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต้องการความคุ้มครอง เช่น การลงทุนขุดเหมืองทองคำส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมชัดเจน ดังนั้นยืนยันว่าอีไอเอและอีเอชไอเอ คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีความเป็นสากล ภาคเอกชนที่ไม่สนใจผลกระทบเป็นทัศนะล้าหลัง” น.ส.รสนา กล่าว
นอกจากนี้ การที่รัฐจะต้องนำภาษีมาเยียวยาประชาชนและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนถือว่าไม่คุ้มค่า สาเหตุที่นักลงทุนต่างชาติเลือกมาลงทุนในไทยโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ ก็เพราะไม่สามารถลงทุนในประเทศตัวเองได้ จึงเลือกมาลงทุนในไทยและทิ้งของเสียไว้ ซึ่งเป็นการพัฒนาประเทศที่ไม่เกิดความคุ้มค่า
นายสมิทธิ์ ตุงคะสมิต อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เห็นด้วยกับการคงบทบัญญัตินี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะการลงทุนในประเทศได้ก่อมลพิษไว้มาก เช่น การทำเหมืองทองคำ ดังนั้นในกระบวนการการลงทุนต้องรับฟังความเห็นอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่หวังผลกำไรสูงสุดฝ่ายเดียว แต่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดร่วมกันของทุกฝ่าย







