
กวนข้าวทิพย์ ที่วัดพิชยญาติการาม
ผู้ที่เข้าไปไหว้พระและปฏิบัติธรรมที่วัดพิชยญาติการาม ช่วงนี้จะพบป้ายเชิญชวนกวนข้าวมธุปายาส หรือข้าวทิพย์
ผู้ที่เข้าไปไหว้พระและปฏิบัติธรรมที่วัดพิชยญาติการาม ช่วงนี้จะพบป้ายเชิญชวนกวนข้าวมธุปายาส หรือข้าวทิพย์ ที่จะจัดวันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย. 2558 ที่วัดแห่งนี้ โดยวันแรกเป็นวันเตรียมการ วันที่ 2 เป็นวันกวนข้าวทิพย์ และวันที่ 1 มิ.ย.เป็นวันถวายมหาสังฆทานด้วยข้าวมธุปายาส
นอกจากป้ายเชิญชวน ยังมีป้ายนิทรรศการพิธีกวนข้าวมธุปายาสปีที่ผ่านมาอีกด้วย ปีที่แล้ว ก็เหมือนกับปีนี้ ที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาส ต้องเป็นเจ้าพิธี และเป็นประธานเหมือนเดิม เพราะพิธีเช่นนี้เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องมีพระเถระที่มากด้วยบารมีเท่านั้น เป็นผู้ประกอบพิธีทุกอย่างจึงจะดำเนินไปได้ตามที่ตั้งไว้
ข้อมูลเรื่องข้าวมธุปายาสที่ทางวัดพิมพ์ในแผ่นพับแจกจ่ายแก่ผู้สนใจมีว่า ข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาส คือข้าวที่นางสุชาดานำมาถวายพระพุทธเจ้าหลังจากเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา ก่อนที่จะสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (พระอรหันต์)
ตามพุทธประเพณีแต่โบราณ การกวนข้าวทิพย์ ล้วนมีองค์ประกอบและขั้นตอนที่หลากหลาย โดยเฉพาะการกำหนดให้คนกวนต้องเป็นสาวพรหมจรรย์ 3 คน ที่เป็นลูกคนหัวปี
ลูกคนกลาง และลูกคนสุดท้อง
ขณะที่ในมณฑลพิธียังมีข้อห้ามอีกหลายอย่าง เช่น ห้ามดื่มสุรา ห้ามรับประทานอาหาร ห้ามสวมรองเท้า ห้ามคนที่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ และห้ามหญิงที่กำลังมีประจำเดือน หรือมีครรภ์เข้าไปอย่างเด็ดขาด
กรรมพิธีที่ว่านี้ทำให้การกวนข้าวทิพย์เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อกันว่า หากได้นำข้าวทิพย์ไปรับประทาน หรือบูชาย่อมเกิดมงคลเป็นอย่างยิ่ง
แม้จะเป็นประเพณีที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ขั้นตอนและกระบวนการสรรหาคนที่เหมาะสมตามประเพณีหายากขึ้นทุกที ทำให้ประเพณีนี้ค่อยๆ หาย และหายาก
ข้าวของต่างๆ ที่ใช้ในการกวนข้าวทิพย์ ได้แก่ นม เนย ข้าวตอก น้ำนม น้ำอ้อย น้ำผึ้ง มะพร้าว งา ถั่วประเภทต่างๆ เมื่อได้มาครบทุกชนิดก็จัดตั้งแยกประเภทไว้ อย่างประเภทข้าว ต้องมีชุดตระกูลข้าวอยู่ด้วยกัน เช่น ข้าวเหนียวสาคู ข้าวเม่า และขนมปัง เป็นต้น
ส่วนความเป็นมาครั้งพุทธกาล ครูเหม เวชกร ศิลปินที่มีชื่อเสียงในการเขียนภาพพระพุทธประวัติ ได้เขียนภาพตอนนางสุชาดาถวายข้ามธุปายาส และบรรยายภาพว่า
นับตั้งแต่พระมหาบุรุษเสด็จออกบวชเป็นต้นมาจนถึงวันที่เห็นอยู่ในภาพนี้ เป็นเวลาย่างเข้าปีที่ 6
ตอนนี้พระมหาบุรุษเริ่มเสวยอาหารจนพระวรกายมีกำลังเป็นปกติแล้ว และวันนี้เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ก่อนพระพุทธเจ้านิพพาน 45 ปี สตรีที่กำลังถวายของแด่พระมหาบุรุษคือนางสุชาดา เป็นธิดาของคหบดี ผู้หนึ่งในหมู่บ้าน ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ของที่นางถวายคือข้าวมธุปายาส คือ ข้าวที่หุงด้วยนมโคล้วน เป็นอาหารจำพวกมังสวิรัติ ไม่ปนเนื้อ ไม่เจือปลา ใช้สำหรับบวงสรวงเทพเจ้าโดยเฉพาะ
ปฐมสมโพธิเล่าว่า นางสุชาดาเคยบนเทพเจ้าไว้ที่ต้นไทรเพื่อให้ได้สามีผู้มีชาติสกุลเสมอกัน และได้ลูกที่มีบุญ เมื่อนางได้สมปรารถนาแล้ว จึงหุงข้าวมธุปายาสเพื่อแก้บน ก่อนถึงวันหุง นางสุชาดา สั่งคนงานให้ไล่ต้อนฝูงโคนมจำนวน 1,000 ตัว เข้าไปเลี้ยงในป่าชะเอมเครือ ให้แม่โคกินชะเอมเครือ กินอิ่มแล้วไล่ต้อนออกมา แล้วแบ่งแม่โคนมออกเป็น 2 ฝูง ฝูงละ 500 ตัว แล้วรีดเอานมจากแม่โคนมฝูงหนึ่งมาให้แม่โคนมอีกฝูงหนึ่งกิน แบ่งและคัดแม่โคนมอย่างนี้เรื่อยๆ ไปจนเหลือแม่โคนม 8 ตัว เสร็จแล้วจึงรีดน้ำนมจากแม่โคนมทั้ง 8 ตัว มาหุงข้าวมธุปายาส
นางสุชาดาสั่งให้นางทาสีไปทำความสะอาดปัดกวาดบริเวณต้นไทรเพื่อแก้บน นางทาสีกลับมาบอกว่า เวลานี้รุกขเทพเจ้าได้สำแดงกายให้ปรากฏที่โคนต้นไทรแล้ว นางสุชาดาจึงยกถาดข้าวมธุปายาสขึ้นทูนหัวมาที่ต้นไทรพร้อมกับนางทาสี ได้น้อมถาดข้าวมธุปายาสไปถวาย พระมหาบุรุษทรงรับแล้วทอดพระเนตรเฉยอยู่ นางทราบพระอาการกิริยาว่า พระมหาบุรุษไม่มีภาชนะรับอาหาร นางจึงกล่าวถวายข้าวมธุปายาสพร้อมทั้งถาดนั้น จากนั้นได้เดินทางกลับ
พระมหาบุรุษเสวยแล้วอธิษฐานลอยถาดนั้นลงไปที่แม่น้ำเนรัญชรา ถาดลอยทวนกระแสน้ำตกลงไปกระทบถาดใบก่อนที่พญานาคหนุนอยู่ พญานาคได้ยินก็รำพึงว่ามีพระพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งแล้ว
ท่านที่ต้องการทราบรายละเอียดมากกว่านี้ ติดต่อสอบถามได้ที่พระราชรัตนมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส โทร. 08-9214-8516 พระครูวิศิษฎ์สรการ ผจล. โทร. 08-9039-5123 และที่สำนักงานวัด โทร. 02-438-1737-8







