
กลุ่มผลประโยชน์
วัดบ้านไร่ถือเป็นวัดที่คู่บารมีของ “หลวงพ่อคูณ” เพราะหากเอ่ยชื่อใด อีกชื่อก็ต้องตามมาเช่นกัน
วัดบ้านไร่ถือเป็นวัดที่คู่บารมีของ “หลวงพ่อคูณ” เพราะหากเอ่ยชื่อใด อีกชื่อก็ต้องตามมาเช่นกัน และเมื่อเป็นเช่นนั้น ผลประโยชน์ที่มากล้นตามชื่อเสียงและบารมีของทั้งวัดและพระ จึงเลี่ยงไม่ได้ว่าเป็นช่องทางการทำมาหากินของกลุ่มบุคคลที่ต้องการทำประโยชน์เช่นกัน ดังนั้นเพื่อป้องกันหาผลประโยชน์ จึงได้มีการจัดกลุ่มคุมรายได้ต่างๆ ภายในวัดบ้านไร่ ซึ่งถูกจำแนกแบ่งส่วนตามหน้าที่ออกเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้
1.ตู้และแผงจำหน่ายวัตถุมงคล แผงลอตเตอรี่ กว่า 40 ราย และดอกไม้ธูปเทียนบูชาทั้งบนศาลาการเปรียญและภายในวัดทั้งหมด อยู่ในความดูแลของ ธวัช เรืองหร่าย เหรัญญิกวัดบ้านไร่ โดยมี สมบูรณ์ โสตถิอนันต์ หรือไก่โต้ง เลขานุการหลวงพ่อคูณ และ จู ปริสุทธชาติ หรือเจ๊จู คอยดูแลผลประโยชน์ โดยค่าเช่าที่เป็นทางการ คือ แผงละ 500 บาท/เดือน
2.การออกใบอนุญาตสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคล มี พล.ต.ต.มหัคฆพันธ์ สุรคุปต์ ประธานคณะกรรมการวัดบ้านไร่ จะเป็นผู้พิจารณา โดยกำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ตั้งแต่ปี 2555 ว่าผู้ที่มาขออนุญาตสร้างจะต้องจ่ายเป็นเงินสดก่อน 2 ล้านบาท จึงจะได้รับใบอนุญาต
3.การบริหารจัดการวิหารเทพวิทยาคม มี เกรียงไกร จารุทวี คนสนิทของ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีต สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เป็นผู้คอยดูแลทั้งการก่อสร้าง บริหารจัดการ และรับผิดชอบ เงินบริจาคที่วิหารทั้งหมด
4.ผลประโยชน์ของร้านค้าชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดบ้านไร่ จะมี ธวัฒน์ชัย แสนประสิทธิ์ หรือกำนันป่อง กำนัน ต.กุดพิมาน คอยเป็นแกนนำชาวบ้านประสานกับคณะกรรมการวัดบ้านไร่ และเป็นบุคคลสำคัญในการเสนอ พระภาวนาประชานาถ หรือหลวงพ่อนุช รัตนวิชโย ขึ้นรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่แทนหลวงพ่อคูณ







