
2พี่น้องชาวนาเพชรบุรีปลื้มปีติได้รับพระราชทานถนนเข้าที่นา
เพชรบุรี-2 พี่น้องชาวนา ปลื้มปีติ ได้รับพระราชทานถนนเข้าพื้นที่นา หลังยื่นฎีกาได้รับความเดือดร้อนการเข้าออกพื้นที่ทำนา
เพชรบุรี-2 พี่น้องชาวนา ปลื้มปีติ ได้รับพระราชทานถนนเข้าพื้นที่นา หลังยื่นฎีกาได้รับความเดือดร้อนการเข้าออกพื้นที่ทำนา
เวลา 18.20 น. วันที่ 20 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 9 ม.1 ต.เวียงคอย อ.เมือง จ.เพชรบุรี หลังทราบว่าเจ้าของบ้าน คือ น.ส.บรรจง กองเมือง อายุ 58 ปี และน.ส.บุญเรือน เกิดทรัพย์ อายุ 53 ปี 2 พี่น้อง ได้รับพระราชทานถนนเข้าพื้นที่ทำนาข้าวจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
น.ส.บรรจง เล่าถึงความเดือดร้อนว่า ตนกับน้องสาวมีอาชีพทำนา ได้รับความเดือดร้อนในการทำนาคือ พื้นที่นาข้าวจำนวน 3 ไร่ เป็นพื้นที่ตาบอด ไม่มีเส้นทางเข้าถ้าจะเข้าออกต้องใช้การเดินทางราว1.5 กิโลเมตร ซึ่งทั้งตนและน้องสาวก็เป็นผู้หญิงทั้งคู่ และมีอายุมากแล้วไม่สะดวกในการเดินทาง ปัญหาหลักจะอยู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ต้องซื้อไม้ยูคาลิปตัสมาวางเป็นลูกระนาดทำทางเดินไปบนคลองส่งน้ำเข้านาความกว้างประมาณ 1 เมตรเศษ ซื้อไม้มาหมดเงินไปนับแสนบาท ตนกับน้องสาวก็ต้องช่วยกันแบกไม้วางเรียงบนเหมืองส่งน้ำ ใช้เวลาร่วม 20 วัน เพื่อให้รถเกี่ยวได้เดินไปเกี่ยวข้าวในแปลงนา แต่ก็ถูกคนกลั่นแกล้งมาแก้ลูกระนาด ออก และจุดไฟเผาไม้จนเสียหายไปครึ่งทาง และหากจะนำรถเกี่ยวข้าวผ่านไปทางพื้นที่นาใกล้เคียง ทางเจ้าของพื้นที่ จะเก็บค่าผ่านทางครั้งละ 300-500 บาท ซึ่งมีระยะทางจากถนนถึงพื้นที่นาข้าวประมาณ 50 เมตร เท่านั้นเอง จึงต้องไปใช้เส้นทางอื่นแทน มีระยะทางไกลกว่า 1.5 กิโลเมตร ซึ่งลำบากมาก
น.ส.บรรจง เล่าว่า ตนจึงชวนน้องสาวเดินทางไปยื่นฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งนอกจากปัญหาเส้นทางเข้าออกในการทำกินแล้วยังมีความเดือดร้อนเรื่องที่ดินที่เป็นพื้นที่ของตัวเอง แต่ได้ให้ญาติไปทำกิน เมื่อเกิน 10 ปี ทางญาติได้ยื่นขอเป็นพื้นที่ตัวเองทั้งๆที่เป็นของตนแต่จะใช้สิทธิ์การครอบครองปรปักษ์ มีการจัดหาทนายความมาดำเนินการ ซึ่งตนก็ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ จึงได้ยื่นเรื่องขอพระราชทานให้พระองค์ท่านช่วยเหลือด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักราชเลขาธิการพระบรมมหาราชวัง รับหนังสือไว้ หลังจากนั้นไม่นาน ได้มีจดหมายจากสำนักราชเลขาธิการพระบรมมหาราชวัง มาถึงตน หลังได้รับจดหมายรู้สึกดีใจมากที่สุดในชีวิตที่พระองค์ท่าน พระราชทานความช่วยเหลือมาถึงตนและครอบครัว ถึง 2 เรื่อง เป็นเรื่องของถนน และเรื่องร้องครอบครองปรปักษ์
ต่อมา ได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี ลงมาให้ความช่วยเหลือ หลังจากทางสำนักราชเลขาธิการมีหนังสือไปยังอธิบดีอัยการ สำนักคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือกฎหมายแก่ประชาชนให้ดำเนินการ โดยมีเทศบาลตำบลหัวสะพาน เข้ามาดำเนินการจัดทำถนนเข้าไปยังแปลงนาข้าวให้ และยังให้ทางสำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี เข้ามาดูเรื่องพื้นที่ที่มีการยื่นครอบครองปรปักษ์ด้วย ตนและครอบครัวต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุด มิได้ที่พระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลือมาในครั้งนี้ และในวันที่ 22 พ.ค.58 จะจัดงานเปิดถนนพระราชทาน และทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย และต้องขอขอบคุณเจ้าของพื้นที่นาที่แบ่งพื้นที่ทำถนนไปถึงพื้นที่นาตัวเอง
ด้าน นางศิริ มิดเมี้ยน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 ม.1 ต.เวียงคอย เผยว่า ตนเป็นบุตรสาวของนายเรียน นางเนื่อง เอียงสวาท ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ที่ให้ทำถนนดังกล่าว ซึ่งถนนจะทำเลียบไปกับคลองส่งน้ำ แต่ถนนดังกล่าวนอกจากจะไปถึงพื้นที่นาของ น.ส.บรรจง แล้ว ยังทำต่อไปจนถึงพื้นที่นาของคนอื่นอีกหลายแปลง รวมระยะทาง 150 เมตร เพื่อให้ทุกคนที่ทำนาในบริเวณดังกล่าวได้ใช้ร่วมกัน โดยถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่







