
กมธ.ยกร่างฯถกแก้รธน.เปิดทางประชามติชั่วคราว20พ.ค.
กมธ.ยกร่างฯเตรียมถกแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเปิดทางทำประชามติ 20 พ.ค.นี้ คาดทำประชามติอาจใช้เวลาอย่างน้อย 5 เดือน
กมธ.ยกร่างฯเตรียมถกแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเปิดทางทำประชามติ 20 พ.ค.นี้ คาดทำประชามติอาจใช้เวลาอย่างน้อย 5 เดือน
พล.ท.นคร สุขประเสริฐ กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในวันที่ 20 พ.ค. กมธ.ยกร่างฯได้นัดประชุมกัน เบื้องต้นคาดว่าจะนำมติการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 เพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว
ทั้งนี้ มองว่าการกำหนดให้มีการทำประชามติ จะทำให้ยืดเวลาตามโรดแมปตามที่คสช.เคยประกาศไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งช่วง เดือนเม.ย. 59 ออกไปเป็น ช่วงต้นปี 2560 เนื่องจากในกรณีที่ต้องมีการทำประชามติอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 เดือน คือ จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนศึกษาประมาณ 2 เดือนและจัดการเผยแพร่ให้ข้อมูลแก่ประชาชนอย่างรอบด้านตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติพ.ศ.2552กำหนดอีก 3 เดือน
"เมื่อผ่านความเห็นชองตามเสียงข้างมากของประชาชนที่มาใช้สิทธิ์แล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับสำคัญอีก 3 เดือน และเมื่อทำกฎหมายประกอบเสร็จก็จะมีเวลาอีก 90 วันเพื่อเลือกตั้งสส. ดังนั้น เมื่อบวกลบเวลาแล้ววันเลือกตั้งก็จะอยู่ราวต้นปี 2560"พล.ท.นคร กล่าว
ส่วนกรณีที่ครม.ได้ขยายเวลาการทำงานของกมธ.ยกร่างฯเพิ่มอีกไม่เกิน 30 วันนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่กมธ.ยกร่างฯเสนอแต่เป็นความคิดของครม.ที่เห็นว่าการพิจารณาคำขอแก้ไขของสปช.และครม.รวมทั้งส่วนอื่นๆที่มีจำนวนมาก จำเป็นต้นใช้เวลาเพื่อพิจารณาเพื่อความรอบครอบและสมบูรณ์
ขณะเดียวกัน ประเด็นที่เสนอแก้ไข เช่น ระบบเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ หรือระบบกบลุ่มการเมือง ต้องเอามาพิจารณาในที่ประชุมกมธ.ยกร่างฯอีกครั้ง แต่ยอมรับว่าการแก้ไขประเด็นใด ต้องพิจารณาให้อยู่ภายใต้หลักการสำคัญที่ได้วางไว้ใน 4 เจตนารมณ์ คือ พลเมืองเป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมให้เป็นธรรมและนำชาติสู่สันติสุข ซึ่งหากคำขอแก้ไขใดที่กระทบต่อเจตนารมณ์ก็ต้องพิจารณากันอีกครั้งว่าจะทดแทนกันอย่างไร
ส่วนการเปิดให้มีการทำประชามติจะสร้างแรงกดดันต่อการทำงานของกมธ.ยกร่างฯหรือไม่ พล.ท.นคร กล่าวว่า ยอมรับว่ามีความกดดันแต่เมื่อกมธ.ยกร่างฯได้รับเวลาทำงานเพิ่ม ก็เชื่อว่าจะทำให้การทำงานมีความรอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากมีการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจำนวนมากและกระทบต่อเจตนารมณ์ใด ก็เท่ากับว่าจะทำให้เป็นการรื้อร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาจำนวนมาก ดังนั้น ต้องการแก้ไขร่างฯต้องพิจารณาจากประเด็นที่ได้รับการเสนอมา







