posttoday
กว่าจะถึงวันนี้ 23 ปี พฤษภากับอนุสาวรีย์วีรชน

กว่าจะถึงวันนี้ 23 ปี พฤษภากับอนุสาวรีย์วีรชน

19 พฤษภาคม 2558

วันนี้เมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา การต่อสู้บนท้องถนนระหว่างประชาชนผู้รักประชาธิปไตยกับกลุ่มอำนาจนิยมได้ขยายตัวและปะทุอย่างรุนแรง ด้วยการปราบปรามประชาชนผู้ชุมนุมอยู่บนถนนราชดำเนิน สะพานผ่านฟ้าฯ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกคอกวัว หน้ากรมประชาสัมพันธ์ (เดิม) หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ และท้องสนามหลวง ยังผลให้มีผู้เสียชีวิต หายสาบสูญ บาดเจ็บหลายพันคน และพิการจำนวนมาก

วันนี้เมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา การต่อสู้บนท้องถนนระหว่างประชาชนผู้รักประชาธิปไตยกับกลุ่มอำนาจนิยมได้ขยายตัวและปะทุอย่างรุนแรง ด้วยการปราบปรามประชาชนผู้ชุมนุมอยู่บนถนนราชดำเนิน สะพานผ่านฟ้าฯ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกคอกวัว หน้ากรมประชาสัมพันธ์ (เดิม) หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ และท้องสนามหลวง ยังผลให้มีผู้เสียชีวิต หายสาบสูญ บาดเจ็บหลายพันคน และพิการจำนวนมาก

คุณูปการของเหตุการณ์พฤษภา 35 ต่อสังคมไทย

• คือการปิดฉากบทบาทของเผด็จการอำนาจนิยมที่ไม่เพียงครอบงำสังคมการเมืองไทยอย่างเบ็ดเสร็จแล้วยังผูกขาดชี้นำชะตากรรมของชาติ โดยไม่สนใจการมีส่วนร่วมของประชาชนแต่อย่างใด การทำรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช.นั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความพยายามของกลุ่มอำนาจเก่าบางกลุ่มในกองทัพใช้กองทัพเป็นเครื่องมือยึดเอาอำนาจ เพื่อกลับเข้ามามีบทบาทเหนือสังคมการเมืองไทย ภายหลังถูกเบียดขับโดยกลุ่มอำนาจใหม่หรือกลุ่มทุนธุรกิจ

• การปฏิรูปการเมืองในความหมายของการจัดระเบียบ และปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองใหม่นั้น ไม่ควรมุ่งเพียงแค่การล้มเลิกการผูกขาดทางการเมืองของกลุ่มอำนาจเก่า หรือเพียงเพื่อเปิดประตูรัฐสภาต้อนรับอำนาจทุนจนเป็นสนามต่อรองและประนีประนอมผลประโยชน์กันอย่างสันติระหว่างอำนาจเก่ากับอำนาจใหม่ หรือทุนธุรกิจการเมืองเท่านั้น

แต่เจตจำนงของวีรชนและขบวนการประชาชนในเดือน พ.ค. 2535 เรื่อยมานั้น ได้สะท้อนถึงสาระสำคัญของ “รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมือง” (2540) ที่มุ่งหมายสร้างพื้นที่ทางการเมืองให้ภาคประชาชนคนยากคนจนโดยตรง มิใช่ผ่านตัวแทนทางเดียวเหมือนดังที่ผ่านมา รวมทั้งการกระจายอำนาจทางการเมืองไปยังท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ

• เหตุการณ์พฤษภา 35 จึงเป็นการจุดพลุให้กับการเมืองภาคประชาชน หรือการเมืองนอกสภาให้ได้รับการยอมรับ และมีฐานะความชอบธรรมทางการเมืองเทียบเท่าและถ่วงดุลกับการเมืองในทำเนียบหรือในสภา เพราะนัยของ “การเมืองภาคประชาชน” มิใช่แค่ปัญหาปากท้องหรือเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่มุ่งที่การเข้าถึงอำนาจในการกำหนดชะตากรรม และการจัดสรรทรัพยากรของชาติ ของสังคมเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการสัประยุทธ์ทางการเมืองระหว่างทุนธุรกิจการเมืองกับกลไกอำนาจนิยมราชการในเครื่องแบบ ก็เป็นระยะผ่านที่องค์กรภาคประชาชนต้องฝ่าข้ามให้ได้ในกระแสความขัดแย้ง และการจัดความสัมพันธ์เรื่องผลประโยชน์และดุลยภาพทางการเมืองที่เปลี่ยนตลอดเวลา

• การรัฐประหารสองครั้งหลังเหตุการณ์พฤษภา 35 มีนัยที่สะท้อนให้เห็นถึงขั้วอำนาจที่แกว่งไปมา อำนาจทุนธุรกิจกับอำนาจระบบราชการ ผลัดกันคุมอำนาจ ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกว่าได้ประโยชน์มากขึ้นเท่าใดนัก ชีวิตกลับยากเย็นแสนเข็ญมากกว่าเดิม ถือเป็นวิกฤตทางสังคม เศรษฐกิจ ที่หนักหน่วง ซับซ้อน

การปฏิรูปการเมืองไม่บรรลุผล นักการเมืองขาดคุณภาพและคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการนำประเทศสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนา การคอร์รัปชั่นกระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า และพัฒนารูปแบบไปถึงระดับนโยบาย การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอยู่ในสภาพชะงักงัน ไม่สามารถเดินหน้าได้ตามความคาดหวัง กลับเข้าสู่วัฏจักรการเมืองแห่งความชั่วร้าย (Vicious Circle)

• สรุปว่าผลผลิตในเบื้องต้นในที่นี้คือรัฐธรรมนูญ 40 เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนมากขึ้น แต่ก็ดูเหมือนว่าถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนธุรกิจ ซึ่งมีทั้งผู้ได้ประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ (เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน คนยากคนจน ประชาชนทั่วไป) ที่อยากจะได้ “ประชาธิปไตยที่กินได้” (แก้ไขปัญหาปากท้องได้) และประโยชน์เป็นกอบเป็นกำ (ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดทุน โดยเฉพาะทุนอุตสาหกรรม ทุนสื่อสารและโทรคมนาคม และทุนภาคการบริการขนาดใหญ่) นอกจากนี้รัฐธรรมนูญ 40 ยังเปิดโอกาสด้านอื่นอีก อาทิ

มีกลไกอิสระในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมากขึ้น เช่น ศาลปกครอง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมทั้ง กกต. เป็นต้น มีการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติ 2542 มีการร่วมลงนามในธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ปลายปี 2543 เป็นต้น

คณะกรรมการอิสระเพื่อติดตามผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้เสียหายจากเหตุการณ์เดือนพฤษภา 35

ผลจากการรณรงค์เรียกร้องของคณะกรรมการญาติพฤษภา 35 ด้วยความมุ่งมั่นในความยุติธรรม โดยการสนับสนุนของเครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยทั้งในประเทศและระดับสากล ทำให้รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อติดตามผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้เสียหายจากเหตุการณ์เดือน พ.ค. 2535 ขึ้น โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นกรรมการ

เช่น ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช ศ.นพ.ประเวศ วะสี พล.อ.สายหยุด เกิดผล ศ.คณิต ณ นคร และ ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล ได้จัดทำข้อเสนอการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เสร็จเรียบร้อยนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีมติในหลายประเด็น เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2546 รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 17 พ.ค.ของทุกปี เป็นวันสำคัญเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เดือนพฤษภา 35

ข้อเสนอการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้น หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกลับดำเนินการที่ขัดแย้งและผิดเงื่อนไขจากข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯ ที่ต้องการสร้างบรรทัดฐานในเรื่องการช่วยเหลือและเยียวยาความสูญเสียอันเนื่องมาจากการกระทำของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดงานรำลึกวัน “พฤษภาประชาธรรม” ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม และกรุงเทพมหานคร ซึ่งส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมจัดงานขึ้นในทุกๆ ปีอย่างต่อเนื่อง

อนุสาวรีย์พฤษภาประชาธรรม : อีกก้าวย่างเพื่อความยุติธรรม การเยียวยา และการปรองดอง

การได้มาซึ่งอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภาประชาธรรม ซึ่งจะถือเป็นตำแหน่งแห่งที่ทางประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยในวันนี้ ต้องผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยวเลี้ยวลด เต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรคขวากหนามในเกือบทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นของมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม โดยการนำของ ดร.โคทม อารียา คุณปรีดา เตียสุวรรณ์ อาจารย์ชัยยงค์ อัชฌานนท์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คุณรสนา โตสิตระกูล ฯลฯ

ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และกัลยาณมิตรจากองค์กรภาคประชาชน นิสิตนักศึกษา ศิลปินประชาธิปไตย สถาปนิก และวิศวกรออกแบบโครงสร้าง สภาทนายความ องค์กรสิทธิมนุษยชน กรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ บุคลากรในภาครัฐที่รักความเป็นธรรม ทำให้ภารกิจนี้มีความคืบหน้าเป็นอย่างดี การก่อสร้างตัวอนุสาวรีย์เสร็จสิ้นลงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยศิลปินผู้ออกแบบคือ อาจารย์ประโภชน์ อุปอินทร์ ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วก่อนหน้านี้

บทสรุป

การสถาปนาให้วันที่ 17 พ.ค. เป็นวันพฤษภาประชาธรรม การจัดกิจกรรมรำลึกวีรชนเป็นประจำทุกปี การจัดสร้างอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภาประชาธรรม ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการเยียวยาเพื่อความยุติธรรม ภารกิจที่ยังไม่บรรลุก็คือการเยียวยา ชดเชยค่าเสียหาย ค่าเสียโอกาสที่เขาพึงจะได้รับอย่างเป็นธรรม ตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯ ที่ ครม.ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว

ยังมีภารกิจในการผลักดันให้รัฐค้นหาผู้สูญหายในเหตุการณ์อย่างเต็มที่ แม้จะผ่านไปแล้วถึง 23 ปี แต่ญาติของผู้สูญหายก็มีสิทธิที่จะได้รับรู้ความจริง แม้จะเป็นเพียงเถ้ากระดูกมาทำพิธีทางศาสนาเท่านั้น

ดังนั้น รัฐ (ไม่ว่ายุคสมัยใด) จึงต้องแสดงความจริงใจ โดยการแสดงความเสียใจ กล่าวขอโทษวีรชนและญาติวีรชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และเร่งไขความจริงให้เป็นที่ปรากฏ เร่งค้นหาผู้สูญหายอย่างจริงจัง และเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ อย่าให้ญาติพี่น้องของวีรชนเหล่านี้ต้องรอคอยไปยาวนานกว่านี้อีกเลย เพราะความล่าช้าของความยุติธรรม ถือเป็นความ “อยุติธรรม” นั่นเอง

เราขอร่วมสดุดีวีรกรรมพฤษภาประชาธรรม มา ณ โอกาสนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจตนารมณ์ประชาธิปไตยของวีรชนจะได้รับการสานต่อเพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่พึงปรารถนา และความหวังของพี่น้องในคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จะได้บรรลุซึ่งมรรคผลโดยสมบูรณ์ในเร็ววัน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน