
ยึดพินัยกรรม บริจาคร่าง เคลื่อนศพไว้ ม.ขอนแก่น
เสียงร้องระงมจากบรรดาลูกศิษย์ ญาติมิตร และชาวพุทธ ภายหลังคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชผู้ทำการรักษาออกแถลงการณ์ยืนยัน
เสียงร้องระงมจากบรรดาลูกศิษย์ ญาติมิตร และชาวพุทธ ภายหลังคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชผู้ทำการรักษาออกแถลงการณ์ยืนยัน หลวงพ่อคูณ หรือพระเทพวิทยาคม เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้ละสังขารแล้วเมื่อเวลา 11.45 น. หลังจากอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณทรุดลงตามลำดับ มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น ไตไม่ทำงาน ภาวะหัวใจหยุดเต้น แม้คณะแพทย์ได้ช่วยฟื้นคืนชีพแต่ก็ไม่สำเร็จ
นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ ประธานคณะกรรมการแพทย์ที่ให้การรักษา เปิดเผยว่า สาเหตุที่หลวงพ่อคูณมรณภาพ เพราะหยุดหายใจ เนื่องจากมีลมรั่วเข้ามาในปอด หรือปอดแตก ทำให้หัวใจหยุดเต้น แม้ว่าทีมแพทย์ได้ปั๊มหัวใจช่วยเป็นเวลานาน 1 ชั่วโมง แต่ตามปกติสมองขาดออกซิเจน 4 นาที ก็ลำบากแล้ว
“ให้พูดตามจริง หลวงพ่อคูณจากไปตั้งแต่อยู่วัดบ้านไร่แล้ว หลังจากที่หยุดหายใจหัวใจหยุดเต้นเป็นเวลานาน ทำให้อวัยวะอื่นๆ แย่ตามไปด้วย คือ สมอง ไปตั้งแต่แรกต่อมาก็หัวใจ เราก็พยายามยื้อ และต่อมาก็ปอดจนมาที่ไตนั้น เห็นว่าผลพวงจากการที่หยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้น เป็นเวลานานทำให้อวัยวะที่สำคัญหลายอวัยวะของท่านวายตามไปด้วย” นพ.พินิศจัย กล่าว
หลังการละสังขารของหลวงพ่อคูณ คณะกรรมการวัดบ้านไร่ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา และคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาได้เรียกประชุมด่วน ก่อนมีมติให้ทำตามพินัยกรรมฉบับสุดท้ายที่หลวงพ่อคูณให้ไว้ว่าให้บริจาคร่างกายให้แก่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สำหรับพินัยกรรมที่หลวงพ่อคูณทำไว้เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2543 ระบุไว้ 4 ข้อ
1.ศพของอาตมาให้มอบแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นมอบให้กับภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปศึกษาค้นคว้า 2.พิธีกรรมศาสนา การสวดอภิธรรมศพ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน
3.การจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศล เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ
ทั้งนี้ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปี ร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วฌาปนกิจ ณ วัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่น
4.เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นนำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม
อย่างไรก็ดี มติที่ให้ดำเนินการตามพินัยกรรม ถูกลูกศิษย์บางคนคัดค้าน โดยอ้างว่าหลวงพ่อคูณเป็นพระเกจิอาจารย์ มีลูกศิษย์นับถือจำนวนมาก อยากจะให้ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านไร่ ก่อน 7 วัน ทำให้บรรยากาศการประชุมตรึงเครียด จนสุดท้าย ลูกศิษย์ยินยอมให้ทำตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ ทั้งนี้ พิธีรดน้ำศพหลวงพ่อคูณ จัดขึ้นที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จากนั้นในช่วงค่ำเจ้าหน้าที่จากคณะแพทยศาสตร์ได้เคลื่อนร่างหลวงพ่อคูณไปยังศาลา 25 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ขณะที่สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมได้ประสานไปยังสำนักพระราชวังเกี่ยวกับการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศโถในการบรรจุศพพระเทพวิทยาคม พร้อมฉัตรเบญจาเป็นกรณีพิเศษ
นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า ตามขั้นตอน เมื่อมีการนำร่างของหลวงพ่อคูณมาที่ มข. จะพักสรีระไว้ที่ศาลา 25 ปี และวันนี้จะเคลื่อนไปที่หอประชุมกาญจนาภิเษกและจะบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 7 วัน
นพ.ชาญชัย กล่าวอีกว่า ประชาชนสามารถเข้าไปกราบนมัสการท่านได้ โดยเจ้าภาพจะเป็นเจ้าภาพร่วมระหว่างคณะทำงานที่ทาง มข.ตั้งขึ้น และทางคณะทำงานของ จ.นครราชสีมา ตั้งขึ้น
“กระบวนการที่่จะนำสรีระร่างท่านไปใช้เพื่อการศึกษาคือ จะมีการนำร่างท่านไปดอง 1 ปี เราได้สั่งทำอ่างแก้วเป็นกรณีพิเศษ หากญาติโยมจะเข้าไปกราบก็สามารถเข้ามาได้ จากนั้นจะนำร่างขึ้นมาให้นักศึกษาแพทย์ได้เรียนเป็นเวลา 2 ปี เมื่อครบแล้วก็จะเป็นไปตามเจตนารมณ์ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ในปีที่ 3 จะมีการพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษสำหรับครูใหญ่ทุกคนที่ทาง มข. ได้ขอไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะมีหลวงพ่อคูณและครูใหญ่ทำพระราชพิธีพร้อมกันด้วย” นพ.ชาญชัย กล่าว







