
เหตุบึ้มใต้หลายจุดยังไม่ประกาศใช้เคอร์ฟิว
ปัตตานี-โฆษกกอ.รมน.ชี้แจงสรุปเหตุบึ้ม20จุดที่ยะลา ระบุไม่มีการประกาศใช้เคอร์ฟิว
ปัตตานี-โฆษกกอ.รมน.ชี้แจงสรุปเหตุบึ้ม20จุดที่ยะลา ระบุไม่มีการประกาศใช้เคอร์ฟิว
วันนี้ 15 พ.ค58 เวลา 10.00 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่าจากกรณีเหตุการณ์คนร้ายได้ลอบวางระเบิดแบบแสวงเครื่อง ในเขตพื้นที่เมืองยะลา เมื่อ 14 - 15พฤษภาคม 2558 จำนวน 20 จุด เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 20 ราย และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
จากกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจง ดังนี้ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจยะลา บูรณาการกำลัง 3 ฝ่าย เข้าควบคุมสถานการณ์และบริหารจัดการสถานที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของแผนรักษาความปลอดภัย เมืองยะลา โดยจากการตรวจสอบในขั้นต้น พบว่ากลุ่มคนร้ายได้ใช้วัตถุระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็กแบบพกพา กระจายไปวางยังจุดต่างๆ ในเขตเทศบาลนครยะลา รวม 20 จุด ซึ่งผลจากแรงระเบิดทำให้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 20 ราย และทรัพย์สินได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง โดยได้นำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา และพบว่าได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย 17 ราย ซึ่งแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ และยังคงพักรักษาตัว จำนวน 3 ราย ปัจจุบันอาการปลอดภัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ กลุ่มขบวนการมุ่งหวังเพื่อสร้างสถานการณ์ก่อกวนให้เกิดความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อน และความเสียหายให้เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว และทำลายภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงเป้าหมาย ซึ่งมีผู้รับผลกระทบ ทั้งพี่น้องไทยพุทธและพี่น้องไทยมุสลิม เป็นการกระทำที่สุดโต่ง ไร้ซึ่งมนุษยธรรม ซึ่งสมควรต้องได้รับการประณามจากทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวาง
ด้าน ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้รับทราบเหตุการณ์ ในขั้นต้นแล้ว และได้กำชับให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เร่งคลี่คลายสถานการณ์ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ ณ ด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัดให้มากขึ้น รวมทั้งให้ทำการรวบรวมวัตถุพยานและสำรวจภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดเพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมาย นอกจากนี้ ให้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อทำการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงดำรงความมุ่งหมายในการแก้ปัญหา อย่างสันติวิธีและการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม เพื่อปกป้อง คุ้มครอง และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน โดยไม่มีการประกาศใช้เคอร์ฟิวส์แต่อย่างใด ทั้งนี้จะขยายแนวคิดยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วมเข้ามาดำเนินการในเขตพื้นที่เมือง พร้อมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยชุมชนและแจ้งเบาะแส เพื่อให้มาตรการรักษาความปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น







