
'ธรรมะ'ความสำเร็จกู้ยืมรายย่อยบนทางธรรม
ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า ประชาชนไทยมากถึง 1.7 ล้านคน มีการกู้ยืมจากผู้ให้กู้ไม่เป็นทางการ โดย 3.35 แสนคนในจำนวนดังกล่าว เป็นการกู้ยืมนอกระบบ
ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า ประชาชนไทยมากถึง 1.7 ล้านคน มีการกู้ยืมจากผู้ให้กู้ไม่เป็นทางการ โดย 3.35 แสนคนในจำนวนดังกล่าว เป็นการกู้ยืมนอกระบบ
ในขณะเดียวกัน ผู้กู้ยืมรายย่อยเองก็ขอกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ได้ยาก เนื่องจากการกู้ยืมมีขนาดเล็กเกินไป และขาดความน่าเชื่อถือในการชำระเงินคืน ทั้งบันทึกทางการเงิน ทรัพย์สิน และหลักประกันเงินกู้ ซึ่งนับเป็นเหตุผลที่พระสุบิน ปณีโต เปิดกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ วัดไผ่ล้อมขึ้น
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ วัดไผ่ล้อม เป็นกิจการเพื่อชุมชมที่เริ่มก่อตั้งในปี 1990 ด้วยเงินทุนดำเนินการเพียงไม่กี่พันบาท เพื่อปล่อยเงินทุนให้กับชาวบ้านในการซ่อมแซมบ้าน ซื้อที่นาแปลงใหม่ หรือแม้กระทั่งจ่ายหนี้สิน
ในปัจจุบัน กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์มีจำนวนเงินฝากและการปล่อยกู้ทั้งหมด 60 ล้านบาท และมีสมาชิกทั้งหมด 6.6 หมื่นคน โดยสมาชิกจะฝากเงินตั้งแต่ 10-500 บาท เป็นประจำทุกเดือน ในขณะที่หากสมาชิกคนไหนต้องการกู้ยืมด้วยผู้ค้ำประกัน 3-5 คน ก็สามารถกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ย 1-2% หรือต่ำกว่านั้น บางรายอาจไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเลย หากชุมชนตกลงที่จะให้เป็นเช่นนั้น
และเมื่อสิ้นปี รายได้ครึ่งหนึ่งจะคืนให้แก่สมาชิก ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งจะเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชน
วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างผู้สนับสนุน ชุมชนสัจจะสะสมทรัพย์ ว่า เรื่องกฎแห่งกรรม ทำให้ตัวผู้กู้ไม่กล้าที่จะผิดนัดชำระหนี้ โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์มา ยังไม่ปรากฏการผิดนัดชำระหนี้แต่อย่างใด แม้ในส่วนของธนาคารพาณิชย์จะมีการผิดนัดชำระหนี้อยู่ราว 2.16% หรือ 2.78 แสนล้านบาทก็ตาม
นอกจากนี้ หากผู้กู้ยืมจ่ายคืนให้กับกองทุนมากเท่าไร ก็จะยิ่งได้ดอกเบี้ยน้อยลงอีกด้วย ต่างกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไปที่มีอัตราดอกเบี้ยคงตัว
พระสุบิน เปิดเผยกับทางวอลสตรีท เจอร์นัล ว่า ชุมชนจะพิจารณาผู้กู้จากความดีที่ตัวผู้กู้ได้กระทำ โดยหากผู้กู้ไม่ตั้งอยู่ในทางธรรม ทั้งทำงานหนัก ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบ ชุมชนก็จะไม่อนุญาตให้ผู้นั้นกู้ยืม
วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ในปัจจุบัน 40 จังหวัดในไทย มีการปรับใช้รูปแบบของสัจจะสะสมทรัพย์ ในขณะเดียวกันในต่างประเทศทั่วโลกต่างมีรูปแบบของการช่วยเหลือชุมชนต่อสู้กับความยากจนในรูปแบบดังกล่าวเช่นเดียวกัน
ยกตัวอย่างเช่น มูลนิธิโรมันคาทอลิกในฟิลิปปินส์ ที่ช่วยธนาคารรายเล็กปล่อยสินเชื่อ โดยมีสมาชิก 2 หมื่นคน และมีอัตราการชำระหนี้ทั้งหมด 96% หรือศาสนาคริสต์ในอินโดนีเซีย และฮินดูของอินเดีย ก็มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน
ภานิสา สาธาราลัย หนึ่งในผู้กู้ยืม เปิดเผยว่า บิดาได้กู้ยืมเงินมา 1 ล้านบาท จากกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์เพื่อซ่อมแซมบ้าน โดยภายหลังจากการกู้ยืม ทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า







