
ศาลเยาวชนฯไม่รับฎีกาคดีสาวซีวิคชนรถตู้ดับ9ศพ
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ไม่รับฎีกาคดี สาวซีวิคซิ่งชนรถตู้บนโทลล์เวย์ แต่แก้โทษเพิ่มเวลารอลงอาญาจาก 3 ปี เป็น 4 ปี
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ไม่รับฎีกาคดี สาวซีวิคซิ่งชนรถตู้บนโทลล์เวย์ แต่แก้โทษเพิ่มเวลารอลงอาญาจาก 3 ปี เป็น 4 ปี
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถ.กำแพงเพชร ได้นัดอ่านคำสั่งว่าจะรับฎีกาหรือไม่ ในคดีที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องเยาวชนอายุ 18 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาท จนเป็นเหตุในผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายต่อร่างกายบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์
ทั้งนี้ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคำสั่งให้ยืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษาจำคุกเยาวชนหญิงอายุ 18 ปี เป็นเวลา 2 ปี แต่แก้โทษให้เพิ่มเวลารอลงอาญาจาก 3 ปี เป็น 4 ปี และเพิ่มเวลาบำเพ็ญประโยชน์เป็นปีละ 48 ชั่วโมง รวม 4 ปี รวมทั้ง ห้ามขับรถยนต์จนถึงอายุ 25 ปี
ด้านทนายความจาก ฝ่ายญาติผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังจากนี้จะคัดคำสั่งของศาล เพื่อยื่นต่อศาลแพ่ง ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายต่อผู้ปกครองของจำเลยต่อไป
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.53 โดย จำเลย ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค พุ่งชนกับรถตู้โดยสาร วิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิบนทางยกระดับโทลล์เวย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกระเด็นตกจากทางด่วน รวม 9 ศพ
ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2555 ว่า จำเลยมีความผิดฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เป็นเวลา 3 ปี คำให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โทษจำคุก ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี โดยคุมประพฤติจำเลย 3 ปี และให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน พร้อมให้ทำงานบริการสังคมโดยการดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุเป็นเวลา 48 ชั่วโมง รวมทั้งห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ส่วนความผิดฐานใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากไม่สามารถนำสืบได้ว่าจำเลยใช้โทรศัพท์จริงหรือไม่
ขณะที่ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 เม.ย.2557 แก้เป็นว่า จากที่รอลงอาญา 3 ปี ให้ระยะเวลารอลงอาญาเป็น 4 ปี และให้บำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมงต่อปี เป็นเวลารวม 4 ปี ส่วนโทษอื่นให้คงตามศาลชั้นต้น







