
ชาวกาญจน์ค้านยุบพิพิธภัณฑ์สงครามทุ่งลาดหญ้า
กาญจนบุรี-ชาวกาญจน์ค้านยุบพิพิธภัณฑ์สงครามทุ่งลาดหญ้าแฉเจ้าหน้าที่นำของโบราณไปขึ้นทะเบียนเมื่อปี34ยังไม่คืน
กาญจนบุรี-ชาวกาญจน์ค้านยุบพิพิธภัณฑ์สงครามทุ่งลาดหญ้าแฉเจ้าหน้าที่นำของโบราณไปขึ้นทะเบียนเมื่อปี34ยังไม่คืน
นายภัลลพ ไกรทอง ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สงครามทุ่งลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี หนึ่งในเก้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่กรมศิลปากรเสนอให้ยุบว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณปี พ.ศ.2529-2530 โดยใช้งบประมาณของกรมศิลปากร มีเนื้อที่ประมาณ 250 ไร่ ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2534 ได้มีการขุดวัตถุโบราณที่มีอยู่รอบโบสถ์ของวัดขุนแผน ซึ่งได้วัตถุโบราณสมัยปลายปีกรุงศรีอยุธยาไปเป็นจำนวนมาก
จากนั้นเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรในขณะนั้นได้นำวัตถุโบราณที่ขุดได้ทั้งหมดมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ เก็บไว้ได้เพียงแค่ประมาณ 2 เดือนก็ได้ขนย้ายไปเก็บไว้ทีอื่นซึ่งไม่ทราบว่านำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี หรือนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในพื้นที่ กทม. ซึ่งตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรว่า จะนำวัตถุโบราณทั้งหมดไปไหน ก็ได้รับคำตอบว่า จะนำวัตถุโบราณทั้งหมดไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ผ่านมาแล้วกว่า 20 ปี กรมศิลปากร ก็ยังไม่นำวัตถุโบราณดังกล่าวนำมาไว้ที่เดิม อีกทั้งยังปล่อยให้อาคารพิพิธภัณฑ์สงครามทุ่งลาดหญ้าแห่งนี้ รกร้างทรุดโทรม
“ในฐานะเป็นชาวตำบลลาดหญ้า และเป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มาตั้งแต่ต้น ต้องการให้กรมศิลปากร เจ้าของพื้นที่ให้มาบูรณะซ่อมแซมพิพิธภัณฑ์สงครามทุ่งลาดหญ้าขึ้นมาใหม่ และขอให้นำวัตถุโบราณที่อ้างว่านำไปขึ้นทะเบียนกลับคืนมาไว้ดังเดิม เพื่อให้บุตรหลานและเยาวชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาประวัตถุความเป็นมาของบรรพบุรุษ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่กรมศิลปากรได้ประกาศยุบพิพิธภัณฑ์แห่งนี้” นายภัลลพ กล่าว
ด้าน นายธีระศักดิ์ พิศูจน์ ผญบ.หมู่ 2 กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่กรมศิลปากร มีแผนจะยุบพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แต่หากกรมศิลปากรตั้งใจจริงในการบูรณะ รวมทั้งทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบข้อมูล และทำการปรับปรุงหรือปรับภูมิทัศน์ให้ดี เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สงครามทุ่งลาดหญ้า เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากกรมศิลปากร จะสั่งยุบพิพิธภัณฑ์สงครามทุ่งลาดหญ้าจริง ภายในสัปดาห์หน้านี้ ตนจะเรียกชาวบ้านมาประชุมเพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้แสดงความคิดเห็น และลงประชามติในเรื่องดังกล่าวต่อไป หรือหากชาวจังหวัดกาญจนบุรีต้องการที่จะเข้าร่วม ตนและชาวบ้านท่าเสาก็ยินดี ที่จะให้แสดงความคิดเห็นด้วย เพราะวัตถุโบราณเป็นของคนไทยทุกคน
“อยากให้กรมศิลปากรกลับมาบูรณะพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ แล้วนำวัตถุโบราณทั้งหมดกลับมาไว้ที่เดิม เพราะทั้งหมดถือว่าเป็นทรัพย์สินของชาวบ้านท่าเสา ต.ลาดหญ้า และของจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นทรัพย์สินอันมีค่าของแผ่นดินอีกด้วย” นายธีระศักดิ์ กล่าว







