
นายกฯใช้ม.44ตั้งปานเทพนั่งประธานปปช.ต่อ
"บิ๊กตู่"งัดมาตรา 44 ขยายอายุประธานปปช.พันวาระพร้อมปปช.4 คน ตั้งประธานสนช.และรองนายกฯร่วมเป็นกรรมการสรรหาปปช.
"บิ๊กตู่"งัดมาตรา 44 ขยายอายุประธานปปช.พันวาระพร้อมปปช.4 คน ตั้งประธานสนช.และรองนายกฯร่วมเป็นกรรมการสรรหาปปช.
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ออกคำสั่งคสช.ให้ประธานปปช.ดำรงตำแหน่งต่อไปจนถึงวันที่ 21 ก.ย. 2558
ตามคำสั่งคสช.ที่21/2558 นั้น ระบุว่า เพื่อมิให้ต้องดําเนินการสรรหากรรมการป.ป.ช. 2 ครั้ง ในเวลาใกล้เคียงกัน อันจะเป็นการสร้างภาระแก่ผู้สนใจสมัครเข้ารับการสรรหาและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อีกทั้งจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณของประเทศโดยไม่จําเป็น จึงเห็นสมควรให้ดําเนินการสรรหาบุคคลแทนตําแหน่งที่ว่างไปในคราวเดียวกัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศและการปฏิรูปองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ยังศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ชั่วคราวออกคำสั่งที่ 13/2558 ให้คณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองนายกรัฐมนตรี ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ก่อนหน้านี้ ตกเป็นที่ถกเถียงกันทางข้อกฎหมาย ถึงกรณีที่นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะพ้นจากตำแหน่งประธานในวันที่ 22 พ.ค.58 เนื่องจากอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
อีกทั้งมีกรรมการป.ป.ช.อีก 4 คน ประกอบด้วย นายประสาท พงษ์ศิวาภัย นายภักดี โพธิศิริ นายวิชา มหาคุณ และนายวิชัย วิวิตเสวี จะครบวาระ 9 ปี ในวันที่ 21 ก.ย. 2558 จะส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป.ป.ช.ในการพิจารณาลงมติคดีต่างๆหรือไม่ กระทั่งนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา44ดังกล่าว







