
เอเชียจะนำโลก?
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
ค่อนข้างที่จะสับสนและน่าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เมื่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุไว้ในรายงานล่าสุดว่า เศรษฐกิจเอเชียในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 5.6% และเอเชียจะกลายเป็นฟันเฟืองในการผลักดันเศรษฐกิจโลกในปีนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะอยู่ในภาวะชะลอตัวก็ตามที
ที่บอกว่าน่าสับสนและประหลาดใจก็คือ ก่อนหน้านี้แทบจะทุกสำนักเศรษฐกิจของโลกต่างเห็นตรงกันว่า ในปีนี้พระเอกของเศรษฐกิจโลกน่าจะเป็นสหรัฐ ที่มีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าเขตเศรษฐกิจหลักอื่นๆ ของโลกครับ
แต่พอเอาเข้าจริง ดังที่เรียนท่านผู้อ่านมาหลายครั้งว่าเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรกนั้นกลับไม่ดีอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ โดยมีอัตราการเติบโตของจีดีพีอยู่ที่ 0.2% ในไตรมาสแรกเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เศรษฐกิจสหรัฐยังต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงกับภาวะค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าที่กำลังจะเป็นภัยคุกคามต่อผลกำไรของเศรษฐกิจสหรัฐ
ดังนั้น ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้ไอเอ็มเอฟกลับหันมามองเอเชียอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าเศรษฐกิจของเอเชียจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนก็ตาม
แต่กระนั้นก็ตามครับ แม้ว่าไอเอ็มเอฟจะยาหอมเอเชียถึงขนาดนี้ แต่ก็ต้องบอกว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเอเชียในปีนี้ไม่สามารถไว้วางใจได้เลย เพราะมีปัจจัยเสี่ยงมาจากภายนอกอย่างบ้าคลั่ง
อย่างแรกต้องไม่ลืมว่า เอเชียส่วนใหญ่คือประเทศผู้ผลิตที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก หลายประเทศพึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งในปีนี้ปริมาณการค้าโลกนั้นไม่สู้ดีและไม่คึกคักนัก อันเนื่องมาจากภาวะซบเซาทั้งในยุโรป สหรัฐ และจีน ยังมองไม่ออกครับว่าเอเชียจะกลายเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร
ในด้านตลาดทุน เอเชียยังมีความเสี่ยงจากภาวะทุนไหลออกอยู่เป็นระยะๆ เมื่อใดก็ตามที่มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใกล้ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ก็พานจะทำให้ทุนต่างชาติไหลออกจากภูมิภาคนี้อยู่เสมอครับ จนทำให้ค่าเงินของเอเชียตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานั้นถือว่าไม่เสถียรนัก เดี๋ยวแข็งเดี๋ยวอ่อนอยู่เป็น
ระยะๆ
ในปีนี้เอเชียมีความเสี่ยงมาจากหลายด้าน หลายปัจจัยจริงๆ ยังมองไม่ออกครับว่า เอเชียจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร ทั้งๆ ที่จีนพี่ใหญ่ของเอเชียก็เข้าสู่โหมดชะลอตัว และประเทศเล็กประเทศน้อยในเอเชีย ก็อาศัยแรงเติบโตจากเศรษฐกิจพี่ใหญ่อย่างจีนทั้งสิ้นครับ







