posttoday
นำร่องที่มูลนิธิ

นำร่องที่มูลนิธิ

07 พฤษภาคม 2558

นโยบายแก้ปัญหาสลากแพงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลงทุนนำอำนาจพิเศษในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่ให้อำนาจในการดูแลเรื่องความมั่นคงด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนมาใช้บังคับ แทนที่จะใช้อำนาจตามกฎหมายปกติมาควบคุมราคาสินค้า จะไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง ถ้าคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดใหม่ไม่กล้าจัดการและบังคับกับคู่สัญญาที่ได้รับโควตาสลากไปจำหน่ายในแต่ละงวด

นโยบายแก้ปัญหาสลากแพงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลงทุนนำอำนาจพิเศษในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่ให้อำนาจในการดูแลเรื่องความมั่นคงด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนมาใช้บังคับ แทนที่จะใช้อำนาจตามกฎหมายปกติมาควบคุมราคาสินค้า จะไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง ถ้าคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดใหม่ไม่กล้าจัดการและบังคับกับคู่สัญญาที่ได้รับโควตาสลากไปจำหน่ายในแต่ละงวด

แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการจัดสรรเงินรายได้จากการขายสลากในแต่ละงวดใหม่  โดยยอมเฉือนเนื้อรายได้เข้ารัฐด้วยการลดรายได้เข้าแผ่นดินลงจากเดิม เพื่อจะนำไปโปะให้เป็นค่าใช้จ่ายในการจำหน่ายสลาก รวมถึงดำริทางนโยบายในการลดราคาการขายของสลากลงมาจากเดิม 72.40-74.40 บาท เหลือ 70 บาท เพื่อให้ผู้ค้าขายให้กับประชาชนในราคา 80 บาท แต่สิ่งเหล่านี้มิได้ประกันว่าจะมีการขายในราคาหน้าตั๋วเยี่ยงสินค้าปกติ

เนื่องจากราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายสินค้าบนความฝันและความคาดหวังว่าจะถูกรางวัลของประชาชนนั้น จูงใจให้ผู้ซื้อกล้าที่จะตัดสินใจควักเงินออกมาซื้อในราคาที่สูงกว่าปกติ ขอเพียงมีคนขาย

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลและคณะกรรมการสลากจะต้องดำเนินการเป็นอันดับแรก คือ เข้าไปจัดการกับกลุ่มมูลนิธิต่างๆ ที่ได้รับการจัดสรรโควตาสลากไปด้วยสิทธิพิเศษกว่านิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ให้มูลนิธิเหล่านี้ต้องควบคุมการขายสลากที่ได้รับการจัดสรรไปในราคาไม่เกิน 80 บาทก่อน หากสลากในโควตาหรือหมายเลขสลากที่มูลนิธิเหล่านี้ได้รับไปมีใครก็ตามที่เป็นผู้ค้ารับช่วงขายออกไปเกินกว่าราคาที่กำหนด จะต้องยกเลิกการจัดสรรโควตาให้ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น

วิธีนี้นอกจากจะทำให้ประชาชนได้ซื้อสลากในราคาที่กำหนดแล้ว ยังสามารถดึงมูลธิต่างๆ มาเป็นเครื่องมือในการสอดส่องดูแลการขายสลากในราคาที่เป็นธรรมด้วย

อย่าลืมว่า ปัจจุบันมูลนิธิต่างๆ ได้รับการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลไปจำหน่ายอยู่กว่า 25-28 ล้านฉบับ จากที่ออกงวดละ 36 ล้านฉบับ เฉพาะมูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้รับโควตาไปกว่า 14 ล้านฉบับ สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย 2.7 ล้านฉบับ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก 2.35 ล้านฉบับ สมาคมพนักงานผู้เกษียณอายุสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 ล้านฉบับ ยังมีสมาคมผู้พิการอีกจำนวนมาก ทำให้สลากในมือมูลนิธิเหล่านี้กว่า 35% ส่วนลดที่ได้รับตกเดือนละ 140-150 ล้านบาท หรือปีละ 1,680 ล้านบาท มากพอที่จะจูงใจให้มูลนิธิเหล่านี้เข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐในการขายสินค้าในราคาที่กำหนด

อยู่ที่รัฐบาลและคณะกรรมการชุดใหม่ที่เป็นนายทหารจะเอาจริงเอาจังหรือไม่เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้