posttoday
กสม.หนุนใช้ม.44จัดการปัญหาโรฮิงยา

กสม.หนุนใช้ม.44จัดการปัญหาโรฮิงยา

06 พฤษภาคม 2558

กสม.จี้รัฐเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองท้องถิ่นเอี่ยวการตายโรฮิงยา ชี้เป็นขบวนการค้ามนุษย์ตั้งแต่ปี 2552 หนุนใช้ม. 44 จัดการ

กสม.จี้รัฐเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองท้องถิ่นเอี่ยวการตายโรฮิงยา ชี้เป็นขบวนการค้ามนุษย์ตั้งแต่ปี 2552  หนุนใช้ม. 44 จัดการ

วันที่ 6 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) คณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่มีนพ.นิรันดร์ วัชระพิทักษ์ เป็นประธานได้มีการประชุมหารือติดตามการแก้ไขปัญหาชาวโรฮิงยากรณีมีการพบหลุมศพชาวโรฮิงยาจำนวนมากที่ปาดังเปซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

น.พ.นิรันดร์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทำให้ไม่มีหน่วยงานใดกล้าปฏิเสธอีกว่าไม่มีขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทย ที่ผ่านมาอนุกรรมการฯได้ติดตามปัญหาต่างด้าวหลบหนีเข้ามาเมืองมาตลอด ซึ่งกรณีของชาวโรฮิงยา ติดตามมาตั้งแต่ปลายปี 2552 และพบว่าการดูแลของภาครัฐมีปัญหาการละเมิดสิทธิของชาวโรฮิงยาตลอดแม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่การที่พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้ระบุถึงสถานะของผู้อพยพทำให้เกิดปัญหา ขณะเดียวกันประเทศต้นทางคือ พม่าไม่ยอมรับว่าชาวโรงฮิงยาเป็นพลเมือง ปัญหาโรงฮิงยาจึงยังดำเนินอยู่เหมือนภูเขาน้ำแข็ง กรณีพบศพที่ปาดังเปซาร์จึงเหมือนฝีที่กลัดหนองมานานแล้วแตกออกที่ประเทศไทย  และน่ายินดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ประกาศนโบบายหลักในการที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ที่เร่งแก้ปัญหานี้ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ต่อไป

"หลุมศพที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ชัดเจนของการค้ามนุษย์ว่ามีการทำกันเป็นขบวนการมีการไปขนชาวโรฮิงยาเข้ามาแลกกับเงินเพื่อช่วยให้เดินทางไปประเทศที่สาม โดยมีข้าราชการหรือผู้นำท้องถิ่นของไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง ดังนั้นรัฐบาลต้องตรวจสอบให้มีความชัดเจนเรื่องการเสียชีวิต และเอาคนผิดมาลงโทษ เพื่อตัดกระบวนการการค้ามนุษย์ในประเทศไทย และใช้เรื่องนี้เป็นโอกาสเพื่อแก้ไขปัญหานี้ในระดับภูมิภาค ระดับโลกให้ได้โดยไทยควรเป็นผู้เริ่มต้นในการหยิบยกเรื่องนี้ไปพูดคุยในเวทีระดับระดับภูมิภาคและระดับโลก เพราะปัญหาไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยประเทศเดียวซึ่งต้องให้ประเทศในภูมิภาคนี้เลิกคิดว่าการพูดถึงปัญหานี้เป็นการแทรกแซงการเมืองในพม่า แต่แท้จริงแล้วเป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่ทุกข์ยาก ถูกบังคับเอาเปรียบและถูกทำให้ตาย จึงต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาทั้งระบบ " นพ.นิรันดร์ กล่าว

น.พ.นิรันดร์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรา44ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว(2557)แก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะอำนาจในทางบริหาร เพื่อจัดการข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่นที่เข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อกำจัดรากเหง้าของปัญหาได้ก็น่าจะถือเป็นเรื่องที่ดีและแก้ไขปัญหาได้ เพราะในระบบราชการเดิม เป็นที่รู้กันว่าเวลาเกิดปัญหาขึ้น การแก้ไข หรือเอาผิดพวกเดียวกันเองก็จะเป็นลักษณะลูบหน้าปะจมูก หรือหลับหูหลับตาตลอดเมื่อข้าราชการด้วยกันทำปิด แต่ไม่ควรในอำนาจดังกล่าวในทางตุลาการเพราะขณะนี้สังคมต้องการเห็นการดำเนินการเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ การจับกุมดำเนินคดี การตรวจพิสูจน์ศพ หรือการตัดสินลงโทษเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ถ้ารัฐบาลยึดมั่นในแนวทางนี้ก็จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งกับคนในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งก็จะมีผลต่อภาพลักษณ์ของไทย

นพ.นิรันดร์ กล่าวต่ออีกว่า จากกรณีดังกล่าวทางอนุกรรมการมี คณะทำงานเกี่ยวกับที่ติดตามเรื่องโรฮิงยาอยู่แล้ว และตนได้สั่งการให้คณะทำงานลงหาข้อมูลในพื้นที่ ดังนั้นเบื้องต้นอนุกรรมการส่วนหนึ่งจะมีการลงพื้นที่วันที่13 พ.ค. นี้ แต่ยังไม่กำหนดว่าจะลงในพื้นที่ใดบ้าง เพราะต้องประสานกับคนในพื้นที่ก่อน รวมทั้งในวันที่ 20 พ.ค. จะมีการเชิญหน่วยงานของรัฐมาชี้แจง อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) แพทย์นิติเวชมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาชี้แจงว่ามีการดำเนินการอะไรไปบ้างทั้งนี้ ยืนยันว่าการติดตามเรื่องนี้ของกรรมการสิทธิฯไม่ได้ทำเพื่อจับผิดตำรวจหรือรัฐบาล แต่เพราะได้ติดตามเรื่องค้ามนุษย์และเป็นหน้าที่ ที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดทำข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องไปยังรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน