
ยึดคืนที่ป่าสงวนพิษณุโลกถูกรุกปลูกยาง779ไร่
อธิบดีกรมป่าไม้ บุกตรวจยึดคืนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสวนป่าเขากระยาง หลังถูกรุกปลูกยางพารากว่า 779 ไร่
อธิบดีกรมป่าไม้ บุกตรวจยึดคืนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสวนป่าเขากระยาง หลังถูกรุกปลูกยางพารากว่า 779 ไร่
เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมนายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆไพรเดินทางมาเปิดยุทธการแควน้อยยังยืนทวงคืนผืนป่า 20,000 ไร่ ที่ หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ พล.3 (หนองกระท้าว)อ.นครไทย จ.พิษณุโลก โดยมีนายมานพ สายอุ่นใจ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลกพร้อมหัวหน้าส่วนป้องกันฯและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ใน จ.พิษณุโลกให้การต้อนรับ เพื่อมอบนโยบายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้สามารถปฏิบัติตามแนวนโยบายของรัฐบาลให้ลดพื้นที่ปลูกยางพารา เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน การทำลายป่าไม้เพิ่มขึ้น
จากนั้นได้เข้าตรวจยึดพื้นที่ปลูกยางพารา บริเวณบ้านหลังเขา เข้าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสวนป่าเขากระยาง หมู่ 7 ต.หนองกระท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เนื้อที่กว่า 779 ไร่ พร้อมจับกุมลูกจ้างได้ 2 ราย
นายธีรภัทร กล่าวว่า วันนี้ได้มาติดตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดพื้นที่ปลูกยางพารา ตามมติครม. โดยกรมป่าไม้ตั้งเป้าปี 2558 ว่าจะต้องลดพื้นที่ปลูกยางพารา จำนวนทั้งสิ้น 4.9 หมื่นไร่ ส่วนของ จ.พิษณุโลก มีเป้าหมายที่จะดำเนินการใช้มาตรา 25 ตัดต้นยางพารา จำนวนทั้งสิ้น 20,000 ไร่ ซึ่งในวันนี้ช่วงเปิดยุทธการ ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ไว้แล้วกว่า 700 ไร่
นอกจากนี้ ต้องเร่งรัดคดีค้างเก่า พร้อมตรวจพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนมือไปสู่นายทุน จะเห็นว่า จนท.ป่าไม้ จะไม่ทำให้กระทบสิทธิ์ของราษฎรผู้ยากไร้ ทำกินอยู่เดิม แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะต้องจับกุมและยึดผืนป่าคืนจากนายทุน ซึ่งพิษณุโลกวางเป้าหมายไว้ที่ 2 หมื่นไร่ พร้อมกับประสานให้ ปปท. เข้าตรวจสอบเส้นทางเงินของกลุ่มนายทุนอีกด้วย
ส่วนพื้นที่ป่าที่ยึดคืนได้จะมีการปรับรูปแบบในการดูแลรักษาป่าให้เป็นป่าชุมชนต่อไป โดยได้มีการพูดคุยกับผู้นำชุมชนในพื้นที่และเสนอที่กรมป่าไม้ มีแนวทางเพิ่มเติมจะได้มีการใช้ประโยชน์ร่วมกันหลังจากนี้จะเพิ่มเติมเป็นป่าครอบครัวด้วย โดยสามารถที่จะมาขอรับต้นไม้กับทางกรมป่าไม้ซึ่งในปี พ.ศ. 2558 นี้ กรมป่าไม้ได้เตรียมกล้าไม้ไว้สำหรับให้ประชาชนได้ปลูก ไม่ต่ำกว่า 45 ล้านกล้า โดยพันธุ์ไม้หลักที่เน้นให้ประชาชนปลูก คือ ต้นพะยูง ต้นสัก และไผ่ ให้มีการปลูกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่เอกสารสิทธิ์ และสวนป่าต่างๆ
ขณะที่ในอนาคตเรื่องการทำไม้ซึ่งได้ปิดป่ามาเป็นเวลา 25 ปี ทำให้ไม่สามารถเข้ามาหาประโยชน์ได้โดยตรงตามกฎหมาย กรมป่าไม้จึงสนับสนุนทำป่าชุมชนขึ้นมาเพื่อใช้สอย โดยให้ประชาชนเข้ามาขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้อีกด้วย
ด้านนายมานพ กล่าวว่า ผืนป่าพิษณุโลกขณะนี้ มีพื้นที่จำนวน 1.6 ล้านไร่ พบว่า มีพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแล้วไปปลูกยางพาราดำเนินคดีแล้วของพิษณุโลกจำนวน 4,235 ไร่ และมีพื้นที่บุกรุกปลูกยางพาราอยู่ระหว่างดำเนินคดีของพิษณุโลกจำนวน 15,000 ไร่เศษ นอกจากนี้พบมีนายทุนบุกรุกปลูกยางพารา อายุประมาณ 5 ปี จำนวน 779 ไร่ ได้สำรวจสิทธิ์ถือครองจำนวน 8 ราย และพบว่า มีจำนวน 3 รายเปลี่ยนมือถือครองถือว่า ผิดกฎหมายชัดเจน จึงได้ดำเนินคดี พร้อมกับควบคุม ชาวบ้านกรีดยางจำนวน 2 รายที่แปลงตรวจยึด หมู่ 7 บ้านหลังเขา ต.บ้านแยง อ.นครไทย พิษณุโลก จากนั้นจะดำเนินการติดตามกับนายทุนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป







