ผบ.ตร.แถลงจับ4ผู้ต้องหาคดีโรฮิงยา
ผบ.ตร.แถลงจับ 4 ผู้ต้องหาเอี่ยวคดีโรฮิงยา ขณะที่ทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อหาค้ามนุษย์-กักขัง-เรียกค่าไถ่
ผบ.ตร.แถลงจับ 4 ผู้ต้องหาเอี่ยวคดีโรฮิงยา ขณะที่ทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อหาค้ามนุษย์-กักขัง-เรียกค่าไถ่
เมื่อวันที่ 4 พ.ค.เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร,พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันท์ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.สงขลา พล.ต.ต.โชติ ชัยชมภู ผบก.สส.ภ.9 พ.ต.อ.วีระสัณห์ ธารเปี่ยม ผกก.สภ.ปาดังเบซาร์ แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี 4 ราย ได้แก่ นาย อ่าสัน อินทธนู สมาชิกเทศบาลปาดังเบซาร์ , นาย ร่อเอ สนยาแหละ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ตำบลปาดังเบซาร์ , นาย อาหลี ล่าเม๊าะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ตำบลปาดังเบซาร์ และ นาย ซอ เนียง อานู หรือ นาย อันวา สัญชาติพม่า พร้อมของกลาง อาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติก ขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก , กระสุนปืน ขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 8 นัด ซองหนังพกในสีดำ จำนวน 1 ซอง
พล.ต.อ.สมยศฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมกันพิสูจน์ทราบบริเวณควนหมาถด ป่าเทือกเขาแก้ว หมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา พบเป็นสถานที่กักตัวชาวโรฮิงยา ตรวจสอบศพชาวโรฮิงยาเสียชีวิตอยู่ในที่พัก จำนวน 1 ศพ และพบศพจากการขุดหลุมฝังศพ อีกจำนวน 25 ศพ จากการสืบสวนสอบสวน มีเหยื่อและพยานให้การยืนยัน ผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวกที่หลบหนี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ หน่วงเหนี่ยวกักขัง และเรียกค่าไถ่ชาวโรฮิงยา
ต่อมา พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปาตังเบซาร์ ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ รวมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง และร่วมกันเรียกค่าไถ่ ส่วน นาย อ่าสัน รับสารภาพในความผิดพระราชบัญญัติอาวุธปืน
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาแล้วทั้งหมด 8 คนในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันเรียกค่าไถ่ โดยขณะนี้จับกุมได้แล้ว 4 คน
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะมีการออกหมายจับเพิ่มอีกหลายคน โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองท้องถิ่นหากพบว่าเกี่ยวข้องก็จะจับกุมทั้งหมด
ส่วนผลการตรวจสอบเก็บหลักฐานภายในแคมป์เจ้าหน้าที่พบศพทั้งหมด 26 ศพ เป็นชาย25 ศพและหญิง1 ศพ มีทั้งที่เสียชีวิตมาแล้วเป็นปีและเพิ่งเสียชีวิต ซึ่งชี้ว่าแคมป์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมานาน ส่วนสาเหตุของการตายนั้นต้องรอผลการตรวจจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานแต่เบื้องต้นคาดว่าตายเพราะป่วยและขาดอาหาร ซึ่งขบวนการค้ามนุษย์กลุ่มนี้เป็นอาชญากรข้ามชาติ มีทั้งไทย พม่า และมาเลเซีย ทำมาแล้วอย่างน้อย 3-4 ปี
รายงานจากชุดสืบสวนแจ้งว่านอกเหนือจากผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้ง8 คนแล้วเจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 3-4 คนในจำนวนเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองซึ่งเป็นเจ้าของแคมป์ใหญ่บนเทือกเขาแก้ว และผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ต.ปาดังเบซาร์ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น และผู้นำท้องถิ่น และมีชาวโรฮิงยาด้วยกันเองรวมอยู่ด้วย และจากการสืบสวนพบว่าทั้งหมดได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว







