
ปราสาทปุยฝ้าย
โดย...อรุณ จิรชวาลา
โดย...อรุณ จิรชวาลา
คนที่เคยไปตุรกีจะทราบทันทีว่าผมไปตุรกีมา เพราะชื่อเรื่องเป็นชื่อภาษาไทยของปามุคคาเล (Pamukkale) สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของตุรกี เป็นภูเขาที่ขาวโพลนทั้งลูก เพราะน้ำพุร้อนที่ไหลออกมาบนเขาอุดมด้วยหินปูน หรือแคลเซียมคาร์บอเนตสีขาวสะอาด ซึ่งตกตะกอนและจับตัวบนทุกตารางนิ้วที่น้ำไหลบ่าไปถึง
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแบบนี้ แม้จะไม่ได้มีที่ตุรกีที่เดียวในโลก แต่ก็หายากมากและคนตุรกีบอกว่าของเขาใหญ่ที่สุด ซึ่งผมเคยเห็นที่เยลโลว์สโตนของสหรัฐมาแล้ว ก็คล้อยตามว่าของตุรกีใหญ่กว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ทำให้ปราสาทปุยฝ้ายน่าไปเยี่ยมชมมากเป็นพิเศษ คือ บนภูเขาลูกเดียวกันเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณสมัยโรมัน มีสระน้ำที่พระนางคลีโอพัตราเสด็จจากอียิปต์มาสรงเพื่อคงความงดงามของพระสิริโฉม และอื่นๆ
ตุรกีเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บน 2 ทวีป เป็นประตูสู่เอเชียของยุโรป และเป็นประตูสู่ยุโรปของเอเชีย ทางทิศใต้ห่างออกไปไม่มาก เพียงข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปอีกฝั่ง ก็เป็นทวีปแอฟริกา ทำให้ในสมัยโบราณซึ่งยังไม่ค้นพบทวีปอเมริกากับออสเตรเลีย คนตุรกีเชื่อว่าอิสตันบูลเป็นศูนย์กลางของโลก
ผมไปตุรกีครั้งนี้นอกจากจะได้ชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ตระการตาหลายแห่ง ยังได้เรียนรู้เรื่องราวดีๆ ของตุรกีหลายเรื่อง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทย ดังนี้
หนึ่ง ผมคิดไม่ถึงมาก่อนว่าจะได้พบนักท่องเที่ยวไทยจำนวนมากที่นั่น สอบถามดูทำให้ทราบว่า นอกจากการเป็นเมืองท่องเที่ยวและมีค่าเงินที่อ่อนเป็นประวัติการณ์ คนไทยที่ไปเที่ยวตุรกีได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำวีซ่า ซึ่งคล้ายกับกรณีของญี่ปุ่นและเกาหลี ทำให้นักท่องเที่ยวไทยนิยมมากเป็นพิเศษ
ผมเกิดความคิดว่ารัฐบาลไทยน่าจะบูมการท่องเที่ยวด้วยการยกเว้นวีซ่าให้กับชาวต่างชาติจากประเทศที่เป็นลูกค้าเป้าหมาย และทุกประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าเรา นอกจากนี้ เรายังควรอำนวยความสะดวกให้กับการตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาเข้าและขาออกให้มากขึ้น การกรอกแบบฟอร์มและประทับตราบนพาสปอร์ตน่าจะเลิกได้แล้ว เพราะนอกจากจะทำให้ช้าและบางครั้งผู้เดินทางต้องรอคิวนาน เอกสารเหล่านั้นยังเป็นภาระในการบริหารจัดการอีกด้วย
เพียงสแกนพาสปอร์ตและถ่ายรูปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ก็น่าจะเพียงพอแล้ว หรือเพื่อความมั่นคงจะสแกนลายนิ้วมือด้วยก็ยังเสียเวลาและค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
สอง ตุรกีเป็นรัฐอิสลาม ประชากรเกือบทั้งประเทศเป็นมุสลิม แต่เขาเป็นแบบหัวก้าวหน้า ไม่เคร่งเหมือนสังคมมุสลิมอื่นที่ผมเคยเห็น และเท่าที่ทราบเป็นสังคมที่ไม่มีที่ว่างสำหรับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง บนถนนหนทางมีผู้หญิงเดินขวักไขว่ และแต่งกายทันสมัยแบบชาติตะวันตกทั่วไปหากจะมีความแตกต่างอยู่บ้างก็คือมิดชิดกว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ผิวขาว และรูปร่างหน้าตาดี เป็นสีสันที่สร้างความเจริญหูเจริญตาเป็นอย่างยิ่ง
ความเป็นมุสลิมแบบหัวก้าวหน้าน่าจะมีมานานแล้ว เห็นได้จากวิหารเซนต์โซเฟีย ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง และเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของตุรกี อายุเกือบ 1,500 ปี พันปีแรกเป็นโบสถ์ในคริสต์ศาสนา 500 ปีต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่าอิสลาม
ในการเปลี่ยนโบสถ์เป็นสุเหร่า ศิลปะและสถาปัตยกรรมต่างๆ แทบจะไม่ถูกทำลาย บรรยากาศภายในยังคงความเป็นโบสถ์มากกว่าสุเหร่า จิตรกรรมฝาผนังที่ถูกปูนโบกทับ บางจุดเมื่อปูนกะเทาะ ภาพดั้งเดิมก็ปรากฏออกมา เช่นที่ใต้โดมใหญ่เหนือแท่นบูชาเป็นภาพพระแม่มารีอุ้มทารกพระเยซูชัดเจนไม่แพ้โบสถ์ทั่วไป
การผสมผสานระหว่างความเป็นโบสถ์กับความเป็นสุเหร่าของเซนต์โซเฟียที่เป็นมานับร้อยปี ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่า ประเทศที่มีประชากรมุสลิมอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย น่าจะมาศึกษาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของชาวตุรกี
สาม ผมประทับใจในความเป็นระเบียบและสวยงามสะอาดตาของบ้านเมืองตุรกี เมืองใหญ่ๆ ของเขามีความหนาแน่นของประชากรไม่แพ้เรา แต่มีระเบียบและดูสะอาดกว่ามาก บ้านเรือนที่อยู่บนเนินเขาจะไล่ระดับขึ้นไปเป็นชั้นๆ ไม่ขวางสายตาซึ่งกันและกัน เข้าใจว่ามีการควบคุมระดับความสูงของอาคารอย่างเคร่งครัด ริมทะเลถ้าเป็นเขตที่อยู่อาศัยก็ก่อสร้างเป็นระเบียบ มิฉะนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นสวนสาธารณะ ถนนหนทางไม่รกรุงรังและเต็มไปด้วยขยะเหมือนบ้านเรา
จะอ้างว่าเป็นเพราะเขาร่ำรวยกว่าเรามากก็ไม่น่าจะใช่ จีดีพีต่อหัวของเขาสูงกว่าเราประมาณเท่าตัวเท่านั้น ซึ่งทำให้เขาเป็นประเทศค่อนข้างยากจนเมื่อเปรียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป
ย้อนกลับมาดูประเทศไทยของเรา กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางของเกือบจะทุกสิ่งทุกอย่าง มีจีดีพีต่อหัวสูงกว่าต่างจังหวัดมาก เราน่าจะบริหารจัดการกรุงเทพฯ ได้ดีกว่านี้ เป็นระเบียบและสะอาดมากกว่านี้
อย่าด่วนโยนความผิดให้กับ กทม.นะครับ เพราะผมไม่เชื่อว่าลำพัง กทม.จะทำได้สำเร็จ ความรับผิดชอบหลักน่าจะเป็นของรัฐบาล เพราะเครื่องมือ ทรัพยากร และข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกินกำลังของ กทม. และเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ
ข้อสุดท้าย เรื่องที่กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผมเขียนถึงตุรกี คือ เรื่องระบบรถโรงเรียนในเมืองอิซเมียร์ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของตุรกี และมีประชากรหลายล้านคน เช้าวันที่คณะของเราออกเดินทางจาก
อิซเมียร์ เราเห็นรถโรงเรียนบนถนนเป็นจำนวนมาก ประมาณคร่าวๆ ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนรถบนท้องถนนทั้งหมด
รถทุกคันเป็นรถตู้ขนาดสิบกว่าที่นั่ง ตกแต่งภายนอกคล้ายกัน สภาพภายนอกดูดีมาก และวิ่งบนถนนอย่างเป็นระเบียบ ไกด์ท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่า ตุรกีให้ความสำคัญกับเรื่องรถโรงเรียนมาก พ่อแม่และผู้ปกครองส่วนใหญ่จะให้ลูกหลานขึ้นรถโรงเรียน แทนการดั้นด้นขับรถไปรับไปส่งทุกเช้าทุกเย็น ช่วยลดความแออัดของการจราจรบนท้องถนนไปพร้อมกัน
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่การทำให้คุณภาพบริการมีมาตรฐานสูง เป็นที่ไว้วางใจของพ่อแม่
ผมเห็นแล้วเกิดความรู้สึกอยากให้กระทรวงศึกษาธิการของเราไปเรียนรู้และนำมาพัฒนาใช้อย่างแพร่หลายและจริงจัง จะได้ลดความสูญเสีย ทั้งเวลา เงินทอง และคุณภาพชีวิตของครอบครัวไทย







