
คอร์รัปชั่น : ต้นไทรที่เติบใหญ่
เพิ่งจะพาดพิงถึงการปราบปรามคอร์รัปชั่นว่าดูจะแผ่วๆ ไป เมื่อฉบับที่แล้วก็พอดีมีข่าวคราวเรื่องของ ป.ป.ช.ออกมา ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่สวนกันพอดี
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
เพิ่งจะพาดพิงถึงการปราบปรามคอร์รัปชั่นว่าดูจะแผ่วๆ ไป เมื่อฉบับที่แล้วก็พอดีมีข่าวคราวเรื่องของ ป.ป.ช.ออกมา ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่สวนกันพอดี แล้วก็ยังมีเรื่องที่องค์กรปราบปรามคอร์รัปชั่นของภาคเอกชนแถลงข่าว ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงอีก เพราะกว่าบทความฉบับนี้จะตีพิมพ์ก็คงเป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้อ่านบทสัมภาษณ์ของนักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) นักการเงินและผู้ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น แต่ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะมองภาพรวมๆ โดยเน้นมาที่ราชการส่วนกลาง ซึ่งก็ไม่ผิดเพราะดูจะเป็นแหล่งอำนาจและการคอร์รัปชั่นที่ใหญ่ที่สุด มีเงินจำนวนมหาศาล
แต่จากที่ผู้เขียนหรือญาติพี่น้องเพื่อนฝูงประสบมา การคอร์รัปชั่นในส่วนภูมิภาคก็มีไม่ใช่น้อย และมีมูลค่ามหาศาลไม่แพ้กัน ทำให้ต้องกลับไปนั่งพลิกดูหนังสือเรื่องเมนูคอร์รัปชั่นของทีดีอาร์ไอ และทำ
ให้เห็นว่าใน 30 กว่าเรื่องที่รวบรวมมานั้น แน่นอนว่าเป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชนแต่เกือบทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในส่วนกลาง หากจะเป็นเรื่องในส่วนภูมิภาคก็มักมีนักการเมืองที่มีชื่อเสียง และเป็นผู้แทนที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคลองด่าน เรื่อง ส.ป.ก. 4-01 เรื่องประมูลกล้ายางนอกจากนี้บางเรื่องก็ดูจะไม่มีการฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งผู้เขียนก็พยายามเปิดดูแล้วดูอีกแต่ไม่เห็นสถานะของคดี เลยเดาเอาว่าคงจะไม่มีการฟ้องร้อง
ที่ผู้เขียนต้องหยิบยกเรื่องการคอร์รัปชั่นในส่วนภูมิภาคมากล่าวถึงนั้น เพราะเห็นว่าเมื่อรัฐธรรมนูญเสร็จและประกาศใช้ในที่สุด ก็จะมีเม็ดเงินหรืองบประมาณไหลออกไปยังส่วนภูมิภาคลงไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้มีการบริหารกันเองมากขึ้น เม็ดเงินหรืองบประมาณที่วางกันไว้ เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยที่จะลงไปสู่ อปท. อบต. ฯลฯ และเมื่อเปิดดูเมนูคอร์รัปชั่นของทีดีอาร์ไอ ก็สรุปไว้ชัดเจนในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่สรุปเป็นรายงานภาพรวมๆ ซึ่งขออนุญาตหยิบยกมาใส่ไว้เล็กน้อยว่า “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า ในช่วงปี 2544-2552 อปท. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตมากที่สุดถึง 7,452 เรื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ อปท. ถูกกล่าวหา 13,683 ราย และในปี 2555 มีถึง 40% ของคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช. เป็นการทุจริตของ อปท.” เสียดายที่ในสรุปรายงานสถานะของคดีไม่ได้รวมมูลค่าไว้ว่าเป็นเท่าไร ซึ่งน่าจะรวมแล้วเป็นมูลค่าสูง และก็น่าเสียดายว่าคงแยกเป็นกลุ่มเรื่องไม่ได้เพราะเยอะมาก เลยไม่ได้เห็นขบวนการของการคอร์รัปชั่น แต่ที่ผู้เขียนได้ฟังมาบวกกับที่ประสบเอง คนจำนวนมากในส่วนภูมิภาคไม่ได้มองว่าการเรียกร้องส่วนแบ่งหรือผลประโยชน์บางส่วนเป็นเรื่องผิด แต่ถือเป็นสิทธิที่ควรได้ ในเมื่อเขาได้ลงแรงประสานติดต่อหรืออนุญาตให้เป็นพิเศษแล้วก็เป็นเรื่องที่คนไทยเรียกว่า “มิตรจิตมิตรใจ” จึงมีการพูดถึงส่วนแบ่งผลประโยชน์กันอย่างเปิดเผย ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยเล่าให้ผู้เขียนฟังถึงวัฒนธรรมไทยในต่างจังหวัด ในสมัยโบราณว่า ระดับผู้ใหญ่ที่นั่นแทบจะไม่ต้องจ่าย
ค่ากับข้าวเลยวันๆ พอเช้าขึ้น คนขายหมูก็หั่นหมูมาแขวนไว้ที่หน้าประตู ชาวนาเองก็เอาข้าวที่เก็บเกี่ยวมาให้เป็นกระชุบ้างเกวียนบ้าง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำไว้เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยเวลามีอะไรจะได้วิ่งไปหาได้
วัฒนธรรมไทยจึงเปรียบเสมือนเป็น Platform ของการคอร์รัปชั่น ทำอย่างไรจะทำลาย Platform นี้ได้ ยิ่งที่ผ่านมานอกจากจะปล่อยปละละเลยแล้วยังสนับสนุนให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย คอร์รัปชั่นจึงเปรียบเสมือนต้นไทรที่เติบใหญ่มีรากชอนไชไปทั่ว ต้นใหญ่ๆ ก็เริ่มไปเติบโตขึ้นในที่ที่ไกลออกไป
การเสนอให้ราชการโปร่งใสมากขึ้น ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น รวมถึงการเพิ่มโทษนั้น เป็นหลักการที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่น่าจะเพียงพอเพราะอย่างที่บรรยายไว้เป็นเรื่องของวัฒนธรรมไทย เห็นได้ชัดๆ ที่มีการนำรถแทรกเตอร์ไปไถภูเขาทั้งลูกต้นไม้หายเป็นแถบ เพื่อขายไม้หรือสร้างรีสอร์ทก็ตาม ไม่ต้องรอให้ราชการเปิดเผยข้อมูลหรือรอการเข้าถึงข้อมูลเพราะเห็นตำตาอยู่ หรือการสร้างบ้านบนลำรางสาธารณะ สร้างบ้านรุกล้ำคลอง แม่น้ำ มีประชาชนคนไหนหรือแม้แต่นักวิชาการที่เสนอเรื่องความโปร่งใสอยู่เวลานี้ จะลุกขึ้นมารวบรวมหลักฐานทำเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช.บ้าง ทำเรื่องเหล่านี้เสียก่อน ไม่ต้องไปรอความโปร่งใส หรือจะต้องส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ทราบไหมว่า อปท.ที่มีอยู่ 7853 แห่งในปี พ.ศ. 2554 ได้เข้าร่วมโครงการสร้างความโปร่งใสของ ป.ป.ช. เพียง 60 แห่ง คือไม่ถึง 1% หมายความว่าอย่างไร
และที่สำคัญผู้เขียนเห็นเขียนไว้แต่สิทธิๆ แต่ไม่เขียนหน้าที่ไว้บ้างเลย เช่น เมื่อพบเห็นชัดเจน หรือเข้าถึงข้อมูลได้ มีหน้าที่ทำอย่างไรบ้าง เช่น รวบรวมหลักฐานส่ง ป.ป.ช. แจ้งความ ฯลฯ ไม่ใช่นำข้อมูล
มาบิดเบือนเพื่อปลุกปั่นยุยง หรือวิเคราะห์วิจัยเพื่อการค้า ถ้าจะทำลายต้นไทรใหญ่ให้ได้จริงๆ หรือจะทุบ Platform ทิ้งก็ต้องทำให้ครบวงจร ไม่เช่นนั้นคงไม่สำเร็จแต่อาจเกิดวงจรอุบาทว์ชนิดใหม่ขึ้นอย่างคาดไม่ถึง







