
จี้กทม.คุมเข้มสร้างอาคารสูง
นักวิชาการแนะ กทม.ออกกฎกระทรวงคุมก่อสร้างอาคารสูงเกิน 5 ชั้น มีระบบรับแผ่นดินไหว รวมถึงพัฒนาการเตือนภัยให้แม่นยำ
นักวิชาการแนะ กทม.ออกกฎกระทรวงคุมก่อสร้างอาคารสูงเกิน 5 ชั้น มีระบบรับแผ่นดินไหว รวมถึงพัฒนาการเตือนภัยให้แม่นยำ
นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ เปิดเผยว่า ประเทศไทยควรมีแผนเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมในเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยต้องเร่งออกกฎกระทรวงเรื่องการสร้างตึกสูง หรือสิ่งปลูกสร้างที่มากกว่า 5 ชั้น ว่าต้องเป็นตึกที่รองรับระบบแผ่นดินไหว มิเช่นนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวจริงจะทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก รวมถึงต้องพัฒนาสร้างระบบการเตือนภัยที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพด้วย
แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา ได้รวบรวมรายชื่ออาคารใน กทม.ที่เคยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้ประมาณ 70 อาคาร อย่างไรก็ตามอาคารเหล่านี้ไม่ได้มีความเสี่ยง แต่เป็นเพียงกลุ่มอาคารที่มีความสูงที่จะสามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้
นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กทม.ได้ออกมาตรการรับมือแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ อาทิ อาคารที่ก่อสร้างหลังปี 2550 มีกฎหมายควบคุมอาคาร ได้แก่ กฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเปิดบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล เนื่องจากเริ่มปรากฏข้อมูลผ่านสื่อมวลชนว่า มีการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว แต่ยังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจ จึงแนะนำให้ประชาชนที่จะร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย บริจาคได้โดยตรงกับรัฐบาล หรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ
นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว หรือวอร์รูม เตรียมส่งทีมแพทย์ฉุกเฉินภาคสนาม ชุดแรก จำนวน 19 คน ลงพื้นที่ประเทศเนปาล แบ่งเป็นแพทย์ฉุกเฉิน 17 คน แพทย์นักระบาดวิทยาจากกรมควบคุมโรค และจิตแพทย์อย่างละ 1 คน เข้าช่วยเหลือ คาดว่าจะอยู่ในพื้นที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จากนั้นจะพิจารณาส่งทีมแพทย์ชุดที่ 2 ซึ่งจะเป็นแพทย์รักษาและฟื้นฟู โดยจะมีการพิจารณาคัดเลือกต่อไป
ทั้งนี้ เบื้องต้นจะประสานอยู่ 4 จุด คือ สถานทูตไทย ทีมกระทรวงสาธารณสุขของเนปาล วัดไทย และทีมทหารไทย
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า คนไทยที่อยู่ในกรุงกาฐมาณฑุจำนวน 60 คน ยังปลอดภัยและมีการย้ายคนไทยซึ่งพำนักอยู่ในที่สูงมาอยู่ในสถานทูตชั่วคราว ขณะเดียวกันสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงกาฐมาณฑุ กำลังงประสานงานเส้นทางรถยนต์ที่ปลอดภัยสำหรับนักศึกษา 6 คน ที่ตกค้างอยู่ในเมืองโพคารามมายังกรุงกาฐมาณฑุ คาดใช้เวลา 5 ชม. ในการเดินทาง







