
ปรับแผนไฟฟ้าประเทศ
ติดเครื่องแผนพลังงานประเทศเสนอ กพช. 14 พ.ค.นี้ เล็งปรับเงื่อนไขซื้อไฟเอกชน
ติดเครื่องแผนพลังงานประเทศเสนอ กพช. 14 พ.ค.นี้ เล็งปรับเงื่อนไขซื้อไฟเอกชน
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานสัมมนารับฟังความคิดเห็น “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558–2579 (พีดีพี 2015) ครั้งสุดท้าย เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะนำความเห็นภาคประชาชนรอบสุดท้ายไปปรับปรุงเพื่อนำไปสู่ในภาคปฏิบัติ ก่อนจะเสนอแผนพีดีพี 2015 ให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาตัดสินในวันที่ 14 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ ประเด็นที่ผู้แทนภาคประชาชนให้ความห่วงใย เป็นเรื่องปริมาณสำรองไฟฟ้าที่สูงมาก โดยเฉพาะปี 2565-2566 เกือบ 40% จึงอาจส่งผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอนาคต ขณะที่แผนพีดีพีที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 15% เพราะเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าที่คาดไว้
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานมีแนวคิดจะปรับปรุงเงื่อนไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชน (พีพีเอ) เพื่อให้มีความยืดหยุ่นไม่ผูกมัดภาครัฐจนเกินไป โดยเฉพาะให้สามารถเลื่อนการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบจากสัญญาที่กำหนดไว้ออกไปได้ หากปริมาณสำรองไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น โดยจะหารือกับอัยการสูงสุดและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ถ้าพิจารณาสำรองไฟฟ้าที่สูงขึ้นในปี 2565-2566 เทียบกับการประเมินค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในระยะ 20 ปีข้างหน้า ถือว่าไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น เพราะค่าไฟฟ้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นปีละ 1.89% มีราคาเฉลี่ยแค่ 4.587 บาท/หน่วย จากปัจจุบันค่าไฟฟ้า 3.76 บาท/หน่วย ซึ่งเป็นอัตราที่ทำให้ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันได้
ขณะที่นายไกรสีห์ กรรณสูต กรรมการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) กล่าวว่า แผนพีดีพี 2015 กำหนดสัดส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหิน 9 แห่ง กำลังการผลิต 7,365 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าที่มีข้อผูกพันไปแล้ว 6 แห่ง จึงจะมีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นจริง 3 แห่ง และควรอยู่ในพื้นที่ภาคใต้เพราะขาดแคลนไฟฟ้า







