
จ่อเชิญ10พรรคการเมืองถกร่างรธน.6มิ.ย.
กมธ.ยกร่างฯ เตรียมเชิญ 10 พรรคการเมือง ถกร่างรัฐธรรมนูญ 6 มิ.ย. เผยงดประชุม 1 เดือน ลงพื้นที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ 12 เวทีทั่วประเทศ
กมธ.ยกร่างฯ เตรียมเชิญ 10 พรรคการเมือง ถกร่างรัฐธรรมนูญ 6 มิ.ย. เผยงดประชุม 1 เดือน ลงพื้นที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ 12 เวทีทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม มีวาระการพิจารณาภาพรวมการอภิปรายร่างแรกรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ต่อมา เวลา 15.15 น. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมว่า หลังจากสปช.ได้ประชุมอภิปรายและเสนอความเห็นรัฐธรรมนูญร่างแรกเสร็จแล้ว ขั้นตอนจากนี้ จะเปิดให้สมาชิกสปช.ได้ยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อกมธ.ยกร่างฯเป็นระยะเวลา 30 วัน จนถึงวันที่ 25 พ.ค. โดยระหว่างนี้ทางกมธ.ยกร่างฯจะงดการประชุมเพื่อให้กมธ.ยกร่างฯแต่ละคนไปเข้าร่วมประชุมอนุกรรมาธิการยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญและลงพื้นที่รับฟังความเห็นรวมทั้งเผยแพร่เนื้อหาสาระสำคัญของร่างรัฐรรมนูญ จำนวน 12 เวทีทั่วประเทศ โดยจะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 29 -31 พ.ค. หลังจากที่ได้รับคำขอแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากสมาชิกสปช.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี ต่อจากนั้นในวันที่ 1-5 มิ.ย. ก็จะเชิญสมาชิกสปช.ที่เสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมมาชี้หลักการและเหตุผลในการขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติมต่อกมธ.ยกร่างฯ
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ส่วนวันที่ 6 มิ.ย. จะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองได้เข้ามาชี้แจงหลักการและเหตุที่ขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน เบื้องต้นจะเชิญตัวแทนพรรคที่มีเคยมี ส.ส.ในสภาครั้งที่ผ่านมาประมาณ 10 พรรคมาเสนอความเห็น ส่วนพรรคการเมืองที่เหลืออาจะให้ส่งเป็นหนังสือมาแทน สำหรับการประชุมสปช.เพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย. ที่ผ่านมา ทางกมธ.จะรวบรวมประเด็นที่สมาชิกได้เสนอความเห็นควบคู่ไปกับการเสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมโดยยืนยันว่าจะนำทุกความเห็นที่เสนอมาพิจารณาปรับปรุงเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความเหมาะสมเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ทางกมธ.ได้ทยอยแต่งตั้งอนุกมธ.ยกร่างฯกฎหมายลูกควบคู่ไปกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยขณะนี้ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการยกร่างพ.ร.บ.เพิ่มเติมอีก 4 คณะ ประกอบด้วย อนุกมธ.ยกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยสภาตรวจสอบภาคพลเมือง มี นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน อนุกมธ.ยกร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยสิทธิชุมชน มีนายบรรเจิด สิงคเนติ เป็นประธาน อนุกมธ.ยกร่าง พงร.บ.ว่าด้วยหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ มีนายสุจิต บุญบงการ และอนุกมธ.ยกร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติมีนางนรีวรรณ จินตกานนท์ เป็นประธาน
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับพ.ร.บ.ที่กมธ.ยกร่างฯต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาแบ่งเป็น 1.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 12 ฉบับโดยมี 3 ฉบับได้แก่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และการได้มาซึ่ง ส.ว. , พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งต้อง สนช.จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันหลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ 2.กฎหมายที่จำเป็นต้องตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 14 ฉบับ 3.กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศจำนวนกว่า 30 ฉบับ ซึ่งกมธ.ยกร่างฯจะประสานไปยัง สปช. ว่าจะมอบหมายให้ใครเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ ทั้งนี้สนช.จะใช้เวลาพิจารณากฎหมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศจำนวน 26 ฉบับ ในเวลา 7-8 เดือน







