
วิกฤตเนปาล
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดกับประชาชนชาวเนปาลที่ต้องประสบกับภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงมากที่สุดในรอบ 81 ปี ในขณะนี้จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว 7.8 ริกเตอร์ ยังพุ่งไม่หยุด คาดว่าอาจจะแตะถึง 8,000 คนทีเดียว
ขณะที่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจคาดว่าจีดีพีของเนปาลจะหายไปถึง 9-50% เศรษฐกิจของเนปาลจะร่วงลงอย่างรุนแรงแบบอะไรก็ฉุดไม่อยู่ เพราะต้องไม่ลืมว่ารายได้หลักของเนปาลนั้นมาจากการท่องเที่ยวครับ แต่ในขณะนี้พื้นที่มากกว่า 40% ของเนปาลนั้นได้รับความเสียหายยับเยินจากแผ่นดินไหว คาดว่าเศรษฐกิจเนปาลจะยิ่งซบหนักเพราะการท่องเที่ยวจะชะงักไประยะหนึ่งยาวๆ กันทีเดียว
พูดง่ายๆ ก็คือ เนปาลมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด “การล้มละลาย” ถ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศครับ บรรดาองค์กรระหว่างประเทศทั้งหลายแหล่จำเป็นต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด
ในอดีตที่ผ่านมานั้น โลกเคยประสบกับเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง และถึงขั้นทำให้ประเทศนั้นๆ เกิดภาวะล้มละลายได้ในทันที อย่างที่เคยเกิดขึ้นกับเฮติ ในปี 2010 แผ่นดินไหวระดับ 7 ริกเตอร์ ถล่มกรุงปอร์โตแปรงซ์ลงราบเรียบ อาคารสถานที่ทำการรัฐบาลพังเสียหายยับเยิน ขนาดที่องค์กรนานาชาติเร่งยื่นมือเข้าช่วยเหลือเฮติอย่างด่วน แต่เฮติก็ยังแทบจะหลุดไม่พ้นจากภาวะล้มละลายที่เกิดขึ้นในขณะนี้ครับ
แม้กระทั่งญี่ปุ่น ประเทศมหาเศรษฐีแห่งเอเชีย และประเทศพัฒนาแล้วหนึ่งเดียวของเอเชีย จากเหตุแผ่นดินไหว 9 ริกเตอร์ ซึ่งตามมาด้วยคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011 นั้น ก็ยังแทบจะทำให้ญี่ปุ่นลุกไม่ขึ้นทีเดียว เมื่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะในภาคการผลิตซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรงในครั้งนั้น ผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิทำให้เศรษฐกิจทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด เรื่อยมาจนถึงขณะนี้ ก็ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโศกนาฏกรรมภัยธรรมชาติในครั้งนั้นด้วย
ขณะที่เนปาลนั้น เป็นประเทศกำลังพัฒนา สถานะค่อนข้างไปทางยากจน รายได้ส่วนใหญ่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ความเสียหายจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้กินวงกว้างมาก ความเสี่ยงในระยะยาวของเนปาลคือจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว จะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวหายหวาดกลัว และกลับไปยังเนปาลอีกครั้ง







