"บวรศักดิ์" ลั่นนักการเมืองวิจารณ์รธน.เพราะเป็นฉบับปฏิรูป
"บวรศักดิ์" ระบุไม่แปลกใจทำไมนักการเมืองโวย รธน. เพราะเป็นฉบับปฏิรูป ยืนยันทำให้ภารคประชาชนเข้มแข็งขึ้น
"บวรศักดิ์" ระบุไม่แปลกใจทำไมนักการเมืองโวย รธน. เพราะเป็นฉบับปฏิรูป ยืนยันทำให้ภารคประชาชนเข้มแข็งขึ้น
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นท์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “รัฐธรรมนูญใหม่กับการกระจายอำนาจ” ให้กับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) รับฟัง ว่ากมธ.ยกร่างฯ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ ขอทุกท่านที่มาร่วมรับฟังในวันนี้ ช่วยเป็นเครือข่ายในการนำสาระและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไปทำความเข้าใจให้ ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ให้ได้รับทราบ ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นจากภาวะที่บ้านเมืองมีความวุ่นวายตั้งแต่ปี 49 รวมเวลาเกือบ 10 ปี แม้ว่าก่อนการรัฐประหาร วันที่ 22 พ.ค.57 จะมีความพยายามในการปฏิรูป จากทั้งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ทุกรัฐบาลก็เอาเอกสารขึ้นหิ้ง
ดังนั้น เมื่อมีการยึดอำนาจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงเห็นความจำเป็นต้องเขียนเรื่องปฏิรูปไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว โดยมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ทำหน้าที่ในส่วนนี้ ซึ่งมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) ระบุว่ากมธ.ยกร่างฯมีหน้าที่ต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้มีการปฏิรูปบ้านเมืองในเรื่องต่างๆ 10 เรื่อง แน่นอนว่ารัฐธรรมนูญมีธงในเรื่องการปฏิรูป แต่ไม่มีพิมพ์เขียว พิมพ์ชมพูใดๆทั้งสิ้น
นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กมธ.ยกร่างฯได้จัดทำร่างแรกสำเร็จแล้ว แต่เป็นร่างแรกที่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป ส่วนร่างสุดท้ายที่แก้ไขไม่ได้คือต้องเสร็จภายวันที่ 23 ก.ค. ซึ่งเสร็จก่อนได้แต่ถ้าเสร็จหลังจากวันนั้น ทางกมธ.ยกร่างฯถูกยุบเลย ดังนั้น วันที่ 23 ก.ค. จึงเป็นเส้นตายที่กมธ.ยกร่างฯต้องเสนอร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 ยังเขียนมัดไว้ในมาตรา 36 ว่า สปช.ต้องลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทั้งฉบับจะแก้ไขเพิ่มเติมอีกไม่ ได้ เว้นแต่เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดโดยกมธ.ยกร่างฯต้องเห็นชอบด้วย หรือเห็นว่าควรต้องแก้ไขให้เกิดความสมบูรณ์ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ถามว่าเราให้เวลาสปช.15 วัน มานั่งอภิปรายกันอีกหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น หากพลิกดูรัฐธรรมนูญปี 2517 2521 2534 2540และ2550 เขียนตรงกันทุกฉบับ ว่าเมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จในวาระ 2 แล้วให้ทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อจะได้ใช้เวลาในการปรึกษากันอย่างรอบคอบก่อนลงมติในวาระ 3 ดังนั้น 15 วัน ที่กำหนดให้สปช.นั่งคิดนอนคิดปรึกษาหารือว่าจะเอาหรือไม่เอาร่างนี้จะไม่มีการประชุมเพื่อรับฟังความเห็นหรืออภิปรายกันอีกแล้ว
"การ ที่สมาชิกสปช.บางคนออกมาระบุผ่านสื่อ เป็นความเข้าใจของท่านที่ไม่ได้ดูรัฐธรรมนูญประเพณีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อกำหนดให้วันที่ 23 ก.ค. ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ 15วันนับจากนั้นคือวันที่ 6 ส.ค. สปช.ต้อง ลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ตายตกตามกันไป เริ่มต้นกันใหม่ ตั้งสปช.และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด ส่วนคสช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็อยู่ต่อไปอีกหนึ่งปี แต่ถ้าสปช.ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯภายในวันที่ 4 ก.ย. หากไม่มีการทำประชามติ การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นประมาณปลายเดือน ก.พ.หรือต้นเดือน มี.ค.59 "นายบวรศักดิ์ กล่าว
นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากมีเสียงเรียกร้องให้จัดทำประชามติ คสช. ครม. ต้องเห็นชอบ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) 2557 ก่อนวันที่ 6 ส.ค. ถ้าแก้หลังวันที่ 6 ส.ค. ก็จะวุ่นวาย เมื่อมีการทำประชามติก็บวกเวลาต่อไปอีก 3 เดือน ดังนั้นการเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นประมาณเดือน พ.ค.59 ทั้งหมดนี้ไม่ใช่โรดแมปของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่เป็นโรดแมปของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำประชามติหรือไม่ยังไม่แน่ แต่ส่วนตัวเห็นว่าต้องทำ และเชื่อว่านายกฯก็อยากจะทำ
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ปี 40 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 50 มี รัฐธรรมนูญฉบับประชามติ และฉบับนี้เป็นฉบับปฏิรูป จึงไม่แปลกใจที่จะมีการวิจารณ์ โดยเฉพาะนักการเมืองที่ออกมาวิจารณ์ระบบเลือกตั้ง เพราะเขากลัวประเด็นกลุ่มการเมืองว่าคนของเขาจะแยกไปตั้งกลุ่มมาแข่งกับเขา และกลัวระบบบัญชีรายชื่อ ที่เป็นแบบโอเพ่นลิสต์ให้ประชาชนจัดลำดับได้เอง ส่วน ที่บอกว่าทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ที่จริงต้องพูดต่อว่าทำให้ประชาชนเข้มแข็งขึ้น สิ่งที่นักการเมืองกลัวจริงๆ คือ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การฏิรูปแห่งชาติ สมัชชาพลเมือง รวมถึงหมวดปฏิรูปทั้งหมด เพราะเขาต้องปฏิบัติตาม ซึ่งสิ่งที่เรากำลังปฏิรูปสวนทางกลับที่เขาอยากทำ







