
ส่งออกรถพุ่ง
เศรษฐกิจไทยไม่ตีบตัน ยอดส่งออกรถยนต์สูงลิ่วเป็นประวัติการณ์ใน 27 ปี ดัชนีฟื้น
เศรษฐกิจไทยไม่ตีบตัน ยอดส่งออกรถยนต์สูงลิ่วเป็นประวัติการณ์ใน 27 ปี ดัชนีฟื้น
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือน มี.ค. 2558 พบว่ามียอดส่งออกรถยนต์ 127,619 คัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการส่งออกรถยนต์ในปี 2531 เพิ่มขึ้นจากเดือน มี.ค.ปีก่อนถึง 12.63%
ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปใน 3 เดือน สูงถึง 328,232 คัน เติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.6% มีมูลค่า 146,884 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.74%
ตลาดหลักที่การส่งออกรถยนต์ขยายตัว ได้แก่ เอเชีย 22.94% ออสเตรเลีย 22.61% ตะวันออกกลาง 22.24% อเมริกากลางและอเมริกาใต้ 12.02% ยุโรป 11.75% อเมริกาเหนือ 4.72% และแอฟริกา 3.72%
อย่างไรก็ตาม ตลาดภายในประเทศกลับมียอดขาย 74,117 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.7% ทำให้ยอดขายในประเทศในไตรมาสแรกแค่ 197,787 คัน ลดลงจากปีก่อน 11.8% เพราะการลงทุนและการเบิกจ่ายจากภาครัฐต่ำกว่าเป้าหมาย ราคาสินค้าเกษตรยังไม่ดีขึ้น หนี้ครัวเรือนสูง
ดังนั้น จึงจะทบทวนเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปีนี้ใหม่ในอีก 2 เดือนข้างหน้าจาก 2.15 ล้านคัน แต่โดยรวมแล้วปีนี้การผลิตจะสูงกว่าปีที่แล้ว
ขณะที่ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีของธนาคารทหารไทยในไตรมาสแรก พบว่าอยู่ที่ 43.7 เพิ่มจากระดับ 37.1 ในไตรมาสก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้น 6.6 เพิ่มสูงสุดในรอบ 2 ปี โดยเอสเอ็มอีระบุว่ารายได้ธุรกิจปรับตัวดีขึ้น และมีต้นทุนลดลงจากราคาน้ำมัน ส่วนความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้า เกือบ 55% ยังกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ
ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมเดือน มี.ค. ใน 43 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า ดัชนีอยู่ระดับ 87.7 ลดลงจากเดือน ก.พ. ที่ระดับ 88.9 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ5 เดือน เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนยังขาดปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่น จากความเปราะบางของเศรษฐกิจในประเทศ และขีดความสามารถทางการแข่งขันลดลง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำต่อเนื่อง จึงกระทบต่อกำลังซื้อเกษตรกรที่มีอยู่ 10 ล้านคนทั่วประเทศ และผลจากค่าเงินบาทแข็งค่าจึงกระทบต่อการส่งออก
ขณะที่ นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจที่ไม่เป็นไปตามที่คาด เพราะมีตัวแปรสำคัญคือการส่งออกที่ซบเซาลง ดังนั้นประเด็นหลักตอนนี้ไม่ใช่อยู่ที่การเลือกตั้ง แต่อยู่ที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศมากกว่า โดยเฉพาะการแก้ไขระเบียบการค้ามนุษย์และปัญหาการบิน







