
เอ็นจีโออัด "ประยุทธ์" ไม่เข้าใจระบบ30บาท
ภาคประชาชนชี้หลักประกันสุขภาพเป็นสิทธิไม่ใช่สงเคราะห์ผู้ป่วยอนาถา ชี้มีประสิทธิภาพเหนือประกันสังคม-สวัสดิการข้าราชการ
ภาคประชาชนชี้หลักประกันสุขภาพเป็นสิทธิไม่ใช่สงเคราะห์ผู้ป่วยอนาถา ชี้มีประสิทธิภาพเหนือประกันสังคม-สวัสดิการข้าราชการ
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นายจอน อึ้งภากรณ์ ที่ปรึกษากลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เปิดเผยว่า ท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สะท้อนชัดว่าไม่เข้าใจระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค และคิดว่าเป็นภาระงบประมาณประเทศ จึงควรจัดให้รักษาเฉพาะคนจน และให้คนมีเงินออกจากระบบ ซึ่งผิดหลักการชัดเจน เพราะระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าคือการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข เพื่อนำงบประมาณส่วนที่ไม่ได้รักษา หรือจากคนที่ไม่ได้ใช้บริการ มาช่วยผู้ป่วยในโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง
ทั้งนี้ ความไม่เข้าใจอาจมาจากปัญหาการให้บริการ ที่มีคิวการรักษาค่อนข้างยาว ใช้เวลามาก ต่างจากโรงพยาบาลเอกชน แต่ปัญหาดังกล่าวยืนยันว่าแก้ไขได้ และหลักการสำคัญคือต้องนำคนเข้าสู่ระบบทั้งหมด ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่มีเงินทั้งนี้หลักการระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าคือต้องไม่ใช่ระบบสงเคราะห์ แต่เป็นระบบบริการรักษาพยาบาลของรัฐ ที่ให้บริการทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นหลักการเดียวกับที่ทั่วโลกใช้อยู่
นายจอน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันงบเหมาจ่ายรายหัวอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท ครอบคลุมทุกโรค และดูแลประชากรกว่า 48 ล้านคน ซึ่งประกันสุขภาพเอกชนก็ยังไม่ครอบคลุมเท่า และยังมีประสิทธิภาพกว่าสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งใช้งบมากกว่าถึง 1.2 หมื่นบาทต่อคน หรือมากกว่า 5 เท่า และยังดูแลดีกว่าประกันสังคมอยู่มาก ซึ่งหากต้องการประหยัดงบประมาณการรักษาพยาบาลของประเทศ ก็ควรจะที่จะรวมและบริหารเป็นกองทุนเดียว
“การทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นระบบรักษาพยาบาลชั้นสอง ถือว่าเป็นการล้มระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งเมื่อไหร่นำคนมีเงินออกจากระบบ ระบบก็จะล้ม เพราะหลักการถูกต้องคือต้องนำคนมีเงินเข้ามา เพื่อเฉลี่ยการรักษาที่ต้องได้รับสิทธิการรักษาเท่าเทียมกัน”นายจอนกล่าว
นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ทำให้ค่าใช่จ่ายลดลงจากการต่อรองราคาผ่านระบบตลาด โดยการรักษาหลายโรคมีราคาที่ลดลงชัดเจน รัฐบาลจึงต้องฉลาดและมีวิสัยทัศน์ในการรักษาระบบ เพื่อให้การรักษาพยาบาลเข้าถึงทุกคน และต้องทบทวนว่าจะรวมกองทุนสุขภาพเพื่อสร้างความเท่าเทียม และมีประสิทธิภาพให้กับทุกระบบรักษาพยาบาลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เครือข่ายคงไม่ยื่นหนังสือหรือเรียกร้องอะไร แต่หากนายกรัฐมนตรี ต้องการเรียกให้เครือข่ายเข้าไปให้ข้อมูลก็ยินดี







